Obtober

ยิ่งแก่ เราไม่ได้ยิ่งเมินเฉยกับโลกและความรู้สึกได้หรอก ยิ่งแก่เรายิ่งต้องแก้ไขความรู้สึกที่มีต่อโลกและเราต่างหาก

เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา ผมพาตัวเองไปตามหาคน เป็นน้องที่บ้านอยู่ปราจีนบุรี
และผมเป็นพี่คนนึงในชีวิตเขาที่มีโอกาสไปบ้านที่มีวิวหน้าต่างเป็นทุ่งนาสุดลูกหูลูกตา
วิวที่ผมจำมันได้เพียงเวลาไม่กี่นาทีที่เคยไปยืนตรงนั้น

ผมพาตัวเองขับรถไปเรื่อยๆ แบบคนไปที่นั่นเพียงสองครั้ง สุดถนนลาดยางเป็นดินลูกรัง
แล้วถ้าวันนี้ถนนมันลาดยางไปแล้วล่ะ ความทรงจำผมในวันนี้จะมีอะไรยืนยันความทรงจำวันนั้นได้

ย้อนกลับไปสิบกว่าปีเรารู้จักกันในที่ทำงานที่นึง แรกๆเราก็ไม่ค่อยได้คุยกันหรอก
แต่พอนานๆไป ภาพที่ชินคือ น้องมักจะแบกเป้วิ่งตามรถที่ผมสตาร์ทไปไหนมาไหนด้วยแบบไม่ได้บอกกล่าวเท่าไหร่

จวบจนทำงานและวันเวลาผ่านไป
ข่าวสุดท้ายที่ผมรู้ ไม่มีใครติดต่อเขาได้อีกต่อไป ทุกทางที่ผมพยายามจะมีคำตอบเดียวคือไม่รู้เลย
และบางคนบอกว่าเขาอาจจะเสียชีวิตแล้ว จากความผิดพลาดที่ตัวเองได้ก่อไว้

นาทีที่ผมพาตัวเองมาอยู่บนถนนลาดยางที่นานๆจะมีรถผ่านมาสักคัน
แล้วก็ค่อยๆรื้อความทรงจำว่า ถนนเส้นนั้นมีอะไรบ้าง
ผมบอกตัวเองว่าผ่านวัดก่อน แล้วจะตรงไปอีกสักพัก ถ้าเลยไปเห็นบ้านที่มีบ่อน้ำใหญ่ๆนั่นแสดงว่าเลยบ้านที่เราคุ้นใจไว้แล้ว
สองข้างทางไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ด้วยความที่มันไกลเมืองและแม้แต่ในเมืองของจังหวัดเองก็ยังไกล

ผมคุ้นบ้าน คุ้นทาง แต่ไม่คุ้นในความรู้สึกตัวเองที่จอดรถอยู่หน้าทางเข้าบ้านที่คิดว่าใช่เลย
ตอนจอดรถหัวใจผมเต้นแรงมาก ผมกลัวข่าวร้าย
ผมกลัวว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดของเขา จะทำให้เขาเลอะเลือนจนจำผมไม่ได้
หรือแม้แต่รูปสีดำใส่กรอบไว้ ก็ทำให้ผมชั่งใจอยู่นานมาก

เราอาจจะมาช้าไป แต่ก็มาถึงแล้ว…
ผมเดินเข้าไปในบ้าน เจอยายแก่ๆคนนึง ซึ่งก็เป็นยายของน้องเขา ที่น้องเรียกติดปากว่าแม่
น้องโตมากับยาย
ผมทักทายและพูดคุยในฉากเหมือนหนังที่เราไม่อยากไปอยู่ในฉากๆนั้น
ภาพยายนั่งบนเก้าอี้ยาวและมีรูปติดผนังเป็นรูปรับปริญญาของน้องมัน
ผมอธิบายความรู้สึกแบบนั้นไม่ถูก

เสี้ยวประโยคที่ยายถามผมว่า ได้ข่าวมันบ้างไหม ยายคิดถึง
เป็นประโยคที่ผมจำไม่ได้ว่ารู้สึกกับภาพตรงหน้ายังไง ผมได้แค่ยิ้มเม้มปากเก็บความรู้สึกไว้
แล้วก็บอกแค่ว่าถ้าน้องเขากลับมา บอกด้วยว่าพี่ชื่อป๊อปมาหา ยายบอกเขานะ เขาจะรู้ว่าผมมาหาเพราะห่วงเขาจริงๆ
ผมเอาเงินใส่มือยายไว้ไม่มากนัก บอกยายว่าเข้มแข็งและรอน้องมันกลับมานะ

ผมขับรถออกมาด้วยความรู้สึกเหมือนภาพทุกอย่างมันเคลื่อนที่ผ่านตัวผมไป
ผมรู้สึกแปลกๆและแบ่งแยกความรู้สึกต่างๆไม่ถูก
ผมทำใครสักคนหายไปจากชีวิตแล้วคนนึง
น้องคนที่เคยเดินทางและหัวเราะกับชีวิตด้วยกันมา
น้องคนที่เคยมายืนรอหน้าปากซอยตั้งแต่ตีสาม เพียงเพราะเราจะไปทะเลกันตอนตีห้า
น้องคนที่บอกว่า พี่ไม่ว่าพี่จะไปอยู่ที่ไหน ถ้าผมรวยผมจะไปซื้อบ้านล้อมบ้านพี่ไว้
น้องคนเดียวกันนี่ล่ะที่เคยมาหหาผมแล้วยืนร้องไห้หน้ารั้วบ้านแบบไม่อายใครแล้วบอกว่าผมไม่รู้จะทำยังไง

เป็นน้องคนที่มาจากต่างจังหวัดเข้ามามีความรัก และความรักก็ทำร้ายเขาด้วยการสร้างหนี้สิน
หนี้สินนั้นมากมายเกินกว่าจะแก้ไข แล้วความรักก็จากเขาไป
รายละเอียดมันบอบบางเกินกว่าที่จะอธิบาย เพราะความรักของน้องมันในวันนี้ ก็ยังวนเววียนอยู่ในเฟซและสุขสบายดี
ในแง่มุมมของคนรักกัน เราไม่รู้หรอกว่าข้อตกลงในความรักนั้นคืออะไรและทำไม ชายหนุ่มสักคนถึงเอาชีวิตมาทิ้งกับผู้หญิงคนนึงได้

ถ้าเฟซบุคทำให้เราเจอคนที่อยากเจอในอดีตกลับมาได้มากมาย
ขอให้ใครสักคนอ่านข้อความนี้ แล้วพาน้องมันกลับไปหายายหรือติดต่อมาหาผมที
ผมยังอยากมีคนไม่ดีสักคนมายืนรอผมที่หน้าปากซอยบ้านอยู่
รู้ว่าอยู่เป็นรู้อยู่ตาย ไม่เจ็บปวดเท่ากับเราไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหนเลย

กลับบ้านนะไอ้น้อง ไม่ว่ามึงจะอยู่ไหน
พี่ขอโทษที่ไม่ได้ไปหามึงเร็วกว่านี้
ถ้าเราได้เจอกันอีกพี่จะเป็นพี่ให้ดีกว่านี้ พี่ขอโทษ

Advertisements

One response

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s