วันเวลา…ของวันนี้

วันก่อนได้ฟังเพลงวันเวลาของน้าหมู พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ทางโทรทัศน์
จำไม่ได้แล้วว่าเคยชอบเพลงนี้ เพราะถ้อยคำเนื้อหาและภาษาที่ไพเราะในเพลง
เคยนั่งจดถึงคำที่ว่า “ฝันนั้นล่องลอย ดุจหิ่งห้อยแสงริบหรี่…”
ชอบตั้งแต่ยังไม่รู้จักจะฝัน จนโตมามีฝัน จนถึงวัยที่ฝันล่วงเลยไปไกล
ก็ยังจับใจกับท่อนร้องในเพลงที่ปลุกปลอบให้คนมีกำลังใจและหายโศกเศร้า ในความเหมือนจะหม่นเศร้าเล็กๆ เพลงชี้ให้เห็นว่าแม้แต่แสงน้อยนิดของห่ิงห้อยในคืนเดือนมืด ก็เพียงพอแล้วสำหรับคนสิ้นหวัง แสงเล็กน้อยนั้นมากพอแล้วสำหรับการนำพาชีวิตมาให้ถึงรุ่งเช้าวันถัดไป
สิ่งที่ดีที่สุดของเพลงนี้ คือการที่ไม่ว่าใครร้อง ก็จะไม่ได้ความรู้สึกเท่าเจ้าของร้องเพลงนี้ ท่อนโซโล่กลางเพลงน้าหมูแกมักจะพูดแทรกแง่คิดและกำลังใจให้เห็นภาพของชีวิตที่สวยงามและยังมีตะวันรุ่งรอเสมอ
ล่าสุดแกบอกแกทุกข์มาก พระบอกให้เข้าไปอยู่ในป่า เห็นท้องทุ่งเห็นหญ้าแล้วมันสงบ มันสวยประหลาด ผมพอจะจับใจความนั้นได้
พระถามแกว่ารู้ไหมทำไมมันสวย แกตอบไม่ได้รู้แต่ว่ามันสวยและมันช่วยเยียวยาแกได้ในทุกข์ตรงนั้น
คำตอบเชิงปริศนาธรรมที่เป็นจริงกับชีวิตมากกว่าคำคมในเฟซบุคก็ปรากฏขึ้นด้วยคำเฉลยที่ว่า “มันสวยเพราะมันไม่เรียบ มันมีทิวเขาลดหลั่นกัน มีต้นไม้สูงใหญ่สลับเตี้ย มีลำธารคดเคี้ยวไม่ตรงผ่านเหมือนถนน นั่นต่างหากที่ทำให้มันสวย ชีวิตจะสวยงามก็ต้องมีลดหลั่นกันไปตามช่วงเวลา ดีบ้างสุขบ้างมันถึงจะเรียกชีวิต ชีวิตที่ไม่ราบเรียบมันสวยงาม เพียงแต่เราต้องรู้จักมองให้เป็นเห็นเพื่อให้เข้าใจ
ผมรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาดเมื่อจบเพลงจบลงและน้าหมูกล่าวคำว่าสวัสดีลาไป
ทุกอย่างมีวันเวลาของมัน ชีวิตก็เช่นกัน ไม่มีอะไรหรือใครรู้หรอกว่าที่เหมาะที่ควรคืออันไหน และคำว่าใช่ต้องใช้เมื่อไหร่

มันอาจจะไม่มีอะไรในแสงหิ่งห้อยเลยด้วยซ้ำ นอกจากหิ่งห้อยก็แค่ทำหน้าที่ของมัน
คนเราก็เช่นกัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s