เรื่องใกล้ตัว ในแสงอันมืดสลัวของรัตติกาลและการพัดผ่านของลมหนาว ผมเห็นคนแต่งชุดไทยใส่ชฏามายืนอยู่ข้างหน้า

ลมหนาวมาเยี่ยมเยือนแล้วบางๆที่ขอบหน้าต่าง
เช้านี้แดดแรงแต่เย็นเย้า มันแฝงลมหนาวมาเงียบๆ
เหมือนความรักที่แฝงใครไว้สักคนใต้สายลมแห่งความเหงา มันบางเบาและกล่าวถึงไม่ได้
ฤดูของการเปลี่ยนแปลงมาอีกแล้ว มันเปลี่ยนความเหงาจากสายฝน มาเป็นความเหงาแบบต้องอดทนกับลมเย็นๆบ้าง

หลายคนเหมาเอาว่ฤดูนี้เป็นฤดูของการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนตากอะไรสักอย่าง เปลี่ยนจากความรักที่ซ้ำซาก เปลี่ยนจากงานที่ล้มเหลว
จริงๆฤดูมันก็เปลี่ยนปกติของมัน เราต่างหากที่หาข้ออ้างไปกับฤดูกาลนั้นๆ

เมื่อคืนระหว่างขับรถขับบ้านตอนดึกดื่น ไม่ต้องฝืนสายตามากนัก เราจะเห็นสายหมอกบางๆผ่านแสงไฟถนน
มันสวยจนไม่อยากจะกลับไปกรน หรือเราเป็นคนเห็นอะไรสวยง่าย ผู้หญิงทุกคนบนโลกสวยได้ บางคนสวยกว่าที่ตัวเองคิดด้วยซ้ำ
ไฟบนถนนเกษตรนวมินทร์ตอนใกล้เที่ยงคืนนั้น เหมือนพล๊อตในหนัง ทิ้งตัวลงมาเป็นช่วงๆสวยงาม
หมอกบางๆช่วยรองรับแสงไฟสลัวนั้นให้กระจ่างชัดและบางครั้ง มันเหมือนกับใครสักคนมาจัดไฟไว้
ชีวิตก่อนหมดวัน ไม่ได้หมดไปกับแสงรำไรเมื่อตอนใกล้ทุ่ม แสงสุดท้ายอะไรนั่นเพ้อฝันจนเกินกว่าจะเป็นกวีสักบท

ระหว่างติดไฟแดงที่ไม่มีรถผ่านมากนัก หวนคิดไปถึงข่าวคราวใกล้ๆตัวที่เห็นเมื่อเย็น
มันคงจะดีกว่านี้ถ้าหากรู้ข่าวว่าคนรักเก่าของเราไปดี หรือ ใครสักคนที่เราเคยหวังดีกำลังจะแต่งงานใหม่
เรื่องเหล่านั้นมันสวยงามเกินไป

สำนักพัฒนาอะไรสักอย่าง คร้านจะจำ จะตัดวิชานาฏศิลป ออกจากวิชาบังคับพื้นฐาน
นานๆครั้งจะอยากให้เรื่องเหล่านี้เป็นแค่ความคิดหยาบๆและข่าวลอยๆไม่มีมูล
แต่ในใจก็นึกท้อแท้ว่านี่คนที่เขาคิดเรื่องพวกนี้เขาเป็นคอมมิวนิสต์ใช่ไหม กระทรวงวัฒนธรรมนอกจากเอาคนไปรำไทยที่สนามบินแล้วเขาทำอะไร
เด็กเต้นเกาหลีกันทั้งประเทศ แล้วการจะดูลิเกสักโรงมันยากไหม

หรือมันก็เป็นแค่คนไทยส่วนน้อย และน้อยคนนักที่จะยังรักในรากเหง้าของเราเอง
ด้วยเหคุผลอะไรก็แล้วแต่ คงถูกกาหัวว่าเป้นพวกอนุรักษ์นิยมเกินไป
นาฏศิลปนะ นี่เป็นสิ่งที่ประเทศชั้นนำของโลกอย่างอเมริกาไม่มี หลายประเทศที่โดนสงครามกลืนไปหาไม่ได้
เราหยาบคายกับรากของเหง้าและเงาของวัฒนธรรมตัวเองมากเกินไปไหม
การเป็นคนไร้ราก มันยากไร้ความเป็นไปกว่าคนไร้บ้าน ในค่ายอพยพของโลกที่สาม เราจะเห็นความพยายามสืบสานสิ่งที่เรียกว่าศิลปประจำชาติของคนเหล่านั้นไว้มากมายแค่ไหน

ไฟแดงที่ถนนกำลังจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว
ในแยกเวิ้งว้างกลางถนนใหญ่ หมอกบางๆโรยตัวลง ผมง่วงและเพลียจากภาระกิจประจำวัน
ใครสักคนคงนอนฝันในบรรยากาศที่หลับเช่นนี้
วูบเดียวของการประพริบตา ผมเห็นคนแต่งชุดไทยใส่ชฏามายืนอยู่ข้างหน้า
พวกเขาไม่ได้มารำหรือมาให้เห็นหน้า ผมมองเห็นแต่น้ำตาของเขาและเธอที่ไหลออกมา

ในแสงอันมืดสลัวของรัตติกาลและการพัดผ่านของลมหนาว
รถเคลื่อนตัวผ่านร้านผับบาร์ริมทางช้าๆ
แว่บหนึ่งของเพลงที่ดังผ่านเข้ามา ถึงมันจะเป็นดนตรีสมัยใหม่ แต่เนื้อร้องทำให้ผมตกใจ
“วิญญานปู่จะร้อง ไอ้ลูกหลานจัญไร”
เพลงที่ไม่ได้ยินมาช้านาน ลอยผ่านสายหมอกและลมหนาวบางมากระทบใจ

เนื้อเพลงไม่ได้เหงา แต่นึกขึ้นมาก็มีแต่ความเศร้าในหัวใจ

One response

  1. คงคิดว่า ยกเลิกวิชานาฏศิลป์แล้วจะดูเป็นคนหัวสมัยใหม่ขึ้นมาบ้างล่ะมั้ง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s