พาหมอไปหาหมา

หน้าฝนส่งสัญญานมาแล้วในดึกดื่น
หลายคนคงกำลังฝันอยู่ในความฉ่ำของกลางวันที่ร้อนเร่า

เหมือนความสุขชั่วคราวพอเช้าก็กลับไปร้อนจนเส้นสมองเต้นกระตุกเหมือนเดิม

ข้อดีของการไปเจอคือวันเก่าๆในคืนฝนพรำมีเรื่องน่าขบขันมากมาย
บางเรื่องก็น่าไปแก้ไข บางเรื่องก็น่าเข้าใจ
ส่วนบางเรื่อง ผ่านๆมันไปน่ะดีแล้ว

บ่ายวันร้อนแดดการได้พูดคุยระหว่างไปรับหมอมาฉีดยาหมา กลายเป็นเรื่องที่น่าขบขันปนสำราญใจจนเราลืมไปว่าเรากำลังยืนตุยกันไปหัวเราะกันไปกลางแดดร้อนกว่า 36 องศา
มันเริ่มจากประโยคง่ายๆที่ว่า สงกรานต์ไปเที่ยวไหน
ผมตอบว่าไม่ได้หยุดและไม่ได้ไป ผมทำงาน

หมอผู้คร่ำเคร่งและเขาดูเนิร์ดเกินกว่าจะชอบปาร์ตี้ บอกกับผมว่างานของผมสนุกดี
และเป็นไปได้เขาอยากกลับไปเรียนสถาปัตย์ดูสักที
เขาบอกว่าเรียนหมอน่าเบื่อสิ้นดี ทั้งๆวันอยู่แต่เลือดกับยา จวบปีที่ห้าเข้าปีที่หก
หมอผู้เกือบละทิ้งความฝันบอกว่า เขาคำนวนแล้วว่าปีสุดท้ายต้องเรียนแค่ไหน
เขาจึงเลือกโดบ้างเรียนบ้าง เอาแค่จบ หลังจากที่เขาเกเรออกไปนั่งใต้ถุน”ถาปัด”ในบ่ายวันหนึ่ง
ถึงขนาดลงทุนไปนั่งเรียนรวมกับเด็กคณะอื่นเพียงเพื่อจะรู้ว่า
ไอ้คณะที่เขาฝันจะเป็นนักหนามันเหมือนกบในกะลาสำหรับเขา

เขาบอกว่าเขารู้ลึกน่ะใช่แต่เขาไม่เคยรู้ว่าโลกนี้มีอะไร
“คุณเคยรักใครสักคนไหม” หมอเอ่ยถามลอยๆ
“เหมือนคุณแอบรักสาวอักษรน่ะ หูยยยชอบไปดักรอดู ไปนั่งไกลๆมองเขากินข้าว แต่หลังจากโรงอาหารเราไม่รู้อะไรเลยนะ”
“ตกกลางคืนเขาอาจจะไปเที่ยวเมา มีแฟนเก้าคน ชีวิตผมคือแบบนั้น ไม่รู้อะไรเลย…อันนี้ผมยกตัวอย่างนะ ไม่ได้ว่าเขานะ ฮ่าๆ”
เขาบอกว่า เขารู้สึกสนุกเมื่อเรียนรวมกับคณะอื่น มันทำให้เขารู้ว่า ในขณะที่หมอมองเรื่องกการเงินเหมือนการจ่ายยา
ถาปัดมองการเงินไปอีกทาง และแน่นอนว่าคนเรียนอาร์ทมองเงินเป็นสิ่งไม่น่าคบหา…จนกว่าจะไม่มีกิน

เราคุยย้อนไปถึงวิชาแนะแนวแล้วก็ขำกัน วิชาที่ว่างและร้างไร้อนาคตวิชานั้น ไม่เคยบอกอะไรที่เป็นแนะแนวเราเลย
นอกจาก หมอ ทหาร ตำรวจ นายธนาคาร เราไม่เคบพบว่าอาชีพออื่นๆน่าจดจำในสมัยนั้น

ผมสารภาพตรงๆว่าไม่รู้จักคณะนิเทศศาตร์เมื่อสามสิบกว่าปีก่อน จวบจนเรียนจบมาน่ะล่ะถึงได้รู้จักสิ่งที่อยากจะเป็น
หมอที่ดูเคร่งขรึมทุกครั้งที่มาหา ดูเป็นคนที่น่ารักและมองโลกแง่ร้ายนิดๆดี

หมอเอ่ยแบบไม่เชิงถามว่า หรือมันจะเป็นข้อดีที่เราไม่รู้วะ ไม่งั้นผมว่าเราคงเละเทะกว่านี้ เราอาจจะเรียนไม่จบ ผมอาจจะไปอยู่แถวแม่ฮ่องสอน ไปวาดรูปแบบนั้นเหรอ

เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ ตอนที่ผมวนรถกลับมาส่งแกที่คลีนิคเล็กๆในซอยฝั่งตรงกันข้าม

ระหว่างขับรถกลับ ผมนึกถึงภาพหมอที่แอบเกเรในปีสุดท้ายแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้

ชีวิตที่ไม่รู้วันพรุ่ง มีเสน่ห์ในตัวมัน
วันนี้คงแตกต่างออกไปตราบใดที่เราเลือกทำในสิ่งที่เป็นเรา
ให้กลับไปแก้ไขอดีตไหมก็คงไม่

ผมคิดถึงเพื่อนๆที่เรียนจบมาด้วยกัน บางคนเป็นโฟร์แมนโครงการใหญ่ บางคนไปไกลถึงขนาดเป็นผู้ดูแลโครงการหมู่บ้านหลักร้อยล้าน
บางคนอยู่ออฟฟิศใหญ่โตและมีชื่อเสียงทางการออกแบบภายใน

ผมไม่ได้ไปเป็นแบบนั้นและไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น แต่ก็รักวิชาที่เรียนมา

ผมรักปัจจุบันพอๆกับรักการนั่งจิบเบียร์เบาๆในคืนวันเสาร์
มันไม่สำคัญว่าจะนั่งกินกับใคร มันสำคัญมากที่จะกินยังไงไม่ให้เพลียและแฮงค์ในเช้าวันอาทิตย์

ผมไม่อยากเป็นคนที่ลืมตัวเองว่าเป็นใครและเติบโตมาจากไหนอย่างไร
การเป็นคนแบบนั้นมันอาจจะมีความสุขในวันนี้
แต่การพบเจอวันพรุ่งนี้แบบไม่เหลือใคร
นึกไม่ออกว่าการไม่เหลือใครจะนับความสุขได้จากหน่วยความจำไหน

คงคล้ายการกินเบียร์ที่ไม่มีความเย็น กินเพื่อให้ได้กิน ไม่ได้มีความสุขใดๆผ่านลิ้นลงคอไปก่อมะเร็งตับใดๆเลย

มีความสุขกับชีวิต ก่อนที่ชีวิตจะไม่มีสุขดีกว่า
มองคะแยง ปะลาจุ๊กกรู้ อีบาล่ะฮา ว่าเอาไว้

One response

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s