บขส. รอรัก

เวลาเหมือนเหมือนน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในแก้วเหล้า มันเหมือนจะมีอยู่แต่ก็ละลายอย่างรวดเร็ว
ความสุขก็คงเหมือนการที่เรายกแก้วนั้นรินเข้าปาก มันเหมือนจะมาก แต่ก็ถูกกลืนลงลำคออย่างรวดเร็ว
การจะมีความสุขครั้งใหม่ต้องใช้เวลาปรุงเพิ่มเล็กน้อย
หากคิดจะสุขเลยแบบเทเหล้าเข้าคอ ก็ดูจะเป็นการมีความสุขแบบไม่บันยะบันยังไปหน่อย
สุขแบบนั้นเร็วแต่สั้น และอาจพลาดพลั้งเป็นภาระคนอื่นที่หลัง

การได้มีโอกาสพูดคุยกับคนอื่น มักสร้างความตื่นใจอยู่เสมอ
ล่าสุดการได้พูดคุยกับคนที่เรียกว่ามีเงินเดือนใกล้เรือนแสนสักคนทำให้ผมอิ่มใจได้อย่างบอกไม่ถูก

ก่อนหน้าที่เขาจะมีเงินเดือนเรือนแสนและใส่นาฬิกาเรือนละหมื่น
เขาเคยนอนอยู่ที่ท่ารถ บขส. อยู่ถึงสามเดือน
สามเดือนนั้นเขาไหว้ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้ยามที่นั่งหลับเป็นเพื่อนเขา
ระหว่างการพูดคุย เขาจำไม่ได้แล้วถึงเสียงเพลงของทรานซิสเตอร์เครื่องเล็กที่ยามเปิดคลื่นเพลงอีสานจนเขาหลับไป
เขาลืมกลิ่นห้องน้ำที่เหม็นรำไรอยู่ปลายจมูก จะจำเก้าอี้ยาวที่แข็งจนคร้านแม้แต่นั่งไปทำไม
ในเมื่อวันนี้เขามีคอนโดอยู่อย่างสุขสบาย

ระหว่างการคุยกันในขณะที่เขาคิดว่าเขาได้ความทรงจำเหล่านั้นกลับคืนมา
ผมเองก็ได้ความน่าค้นหาในการหลงลืมของเขาเช่นกัน
เราเหมือนหนังสือคนละเล่มที่เปิดอ่านกันคนละหน้า

วิธีที่ง่ายที่สุดของการอ่านชีวิตใคร ให้กลับไปอ่านหน้าแรกของเขาใหม่
อ่านคำนำด้วยก็ได้ เพราะคำนำมักจะอธิบายความตั้งใจในการเป็นเขามากที่สุด

การพูดคุยสั้นๆแต่เต็มไปด้วยความทรงจำอันยาวนานนั้น จบลงตรงเขาคนนั้นจำตัวเองได้
ส่วนผม อาจะกำลังนั่งคุยกับคนที่ยิ่งใหญ่คนนึงในวันข้างหน้า

การจบบทสทนาวันนั้นสั้นและกระชับ เขาบอกเพียงแค่ว่าเขาจะกลับไปนั่งที่เดิม
ที่ที่เขาเคยนอน ที่ที่เขาใช้พักผ่อนและหลับตาทั้งๆที่ยังไม่เห็นวันพรุ่งนี้ที่อยู่ตรงหน้า

ผมบอกเขาว่า ถ้าเมื่อไหร่เราไม่รู้จะคิดถึงอะไรให้คิดถึงวันเก่าๆ
ไม่ว่าวันเก่าๆจะไม่น่าจดจำแค่ไหน อย่างที่ไม่เลวร้ายมันก็ทำให้เรามีวันนี้
ในวันที่แย่ที่สุดที่มี ก็ไม่แย่เท่าวันนี้
ในวันที่มันดีก็เก็บเอาไว้ใช้ในวันนี้ที่อาจจะแย่

หลังการพูดคุยกับคนที่นอนที่ท่ารถ บขส.คนนั้น คนเงินเดือนเหยียบแสนนั้นเหมือนจะหายไป
สุดท้ายผมไม่รู้ว่าเขาเจอคนที่เคยนอนที่ บขส. จริงๆไหม เขาคงตอบตัวเองได้
เขาคงรู้แล้วว่า การไม่มีอดีตมันเหงาแค่ไหนในปัจจุบัน
กลับมามองตัวเอง ผมพบว่าตัวเองในวันนี้กลายเป็นคนมั่งมี
มันไม่ได้มีมากมายหรอก แต่มันมีมากพอ
มันมากพอที่จะไม่อิจฉาใครที่มีรายได้มากกว่า หรือได้เดินทางไกลกว่า

พอที่จะไม่มองคนอื่นแล้วทุกข์ มากที่จะไม่ต้องตะกายแล้วสุข
เราร้องขออะไรกันมากมายในปัจจุบัน ขอบ้าน ขอเงิน ของาน ขอคนรัก

เราลืมขอความสุขจากพระเจ้ากันแล้วหรือปล่าว ความสุขที่มันเปลี่ยนเป็นมูลค่าไม่ได้
แม้แต่บางคนที่ใกล้ตาย ยังอยากได้มันสักครั้ง

One response

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s