ดาดฟ้าของความทรงจำ

IMG_4605_resize

บางที ชีวิตเราก็มักจะมีเรื่องบางเรื่องเข้ามา
เรื่องบางเรื่องอาจจะไม่ได้มีเนื้อที่ในความทรงจำยาวนานอะไร แต่น่าแปลกที่มันฝังหมุดของความทรงจำเอาไว้แน่นหนา

ใครสักคนบนถนนแห่งความทรงจำตรงนั้น
มักจะเดินผ่านเราในคืนวันอันเงียบเหงา หรือแม้แต่เพียงช่วงเงาเล็กๆระหว่างเสาไฟฟ้าเสมอ

ปีนี้ในความทรงจำที่ดีมันก็มีร้ายๆบ้าง
บางวันดีเรื่องงานก็มีเรื่องต้องมาร้าวรานกับคน บางทีความอดทนก็เป็นเรื่องที่เราต้องฝึกฝนกันเป็นนาที
แต่ถามว่าดีไหม ก็นับว่าดีที่มีวันนี้เสมอๆ

ในหลากความทรงจำปีนี้ มีเรื่องหนึ่งที่คิดว่าน่าจะตอกหมุดอยู่ในหัวใจไปอีกนาน
บนดาดฟ้าในเมืองใหญ่ แม้ว่ามันจะถูกซ่อนอยู่ในหลืบของตึกสูงที่ขนาบข้างอีกที
แต่อากาศบนดาดฟ้านั้นก็หอมกลิ่นเมืองใหญ่และแสงไฟนีออนจากตึกใกล้ๆก็ทำให้มันมีเสน่ห์ของมันได้

บนความหนาวเย็นสักสิบกว่าองศาในฮ่องกง
แว่บหนึ่งของอารมณ์คิดถึงบ้านแทรกตัวมากับความหนาวยะเยือกของลมที่พัดผ่านซอกตึกเล็กนั้น
เจ…หนุ่มฮ่องกงที่แวะขึ้นมาหาพวกเราบนโฮสเทลเล็กๆน่ารักแต่คุณภาพเยี่ยมกลางย่านเจียมซาจุ่ยกำลังเล่าเรื่องราวมากมายที่ผมถามไป
เจ…เคยมาพักที่โฮสเทล De-Talak ของพี่ตั้งเมื่อครั้งมาที่กรุงเทพ
เจ…เคยโตที่เมืองไทยเมื่อครั้งประถมและย้ายกลับมาใช้ชีวิตที่ฮ่องกง
เขาทำงานอยู่ในย่านที่ค่าเช่าออฟฟิศแพงที่สุดในโลกในการจัดอันดับล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้
เราสนทนาผ่านอากาศที่หนาวและมีเบียร์เป็นสื่อกลางระหว่างภาษาอังกฤษแบบป่วยไข้ของผมกับภาษาไทยแบบไปไหนได้สบายๆในเมืองไทยของเจ

เจแวะมาเอาขนมฝอยทองที่พี่ตั้งเอามาฝากจากไทย
นาทีที่เขาเห็นขนมของฝาก น่ารักดี คนไทยยังหาฝอยทองกินกันอยู่ไหมนะ
ผมถามในสิ่งที่หนูตัวเล็กๆในเมืองใหญ่อยากรู้
เจเล่าด้วยรอยยิ้มที่ง่าย หัวเราะบ่อย อัธยาศัยมากมายเหมือนคนไทย
ผมไม่เห็นอาการแบบนี้ในเมืองไทยเท่าไหร่ในระยะหลัง คนไทยหลังๆเกรี้ยวกราดขึ้นแยะ
เจ…อาจจะไม่ได้มาเมืองไทยนานไป

ผมฟังเจเล่าถึงชีวิตในฮ่องกงอย่างสนใจ คนที่นี่ใช้ชีวิตยังไง ไปไหนมาไหน
ผมดักคอด้วยเรื่องทะลึ่งชวนหัวตามประสา

เจ…หัวเราะตอบอย่างอารมณ์ดีและไม่ถือสา แถมบางครั้งบางสิ่งที่เขาเล่ามามันดูไร้เดียงสาและน่ารัก

รายละเอียดอันแยอะแยะในการพูดคุยผมจำอะไรไม่ได้มาก
หลายประโยคของการเปรียบเทียบ เจ…มักจะลงท้ายว่า เมืองไทยดีกว่า
ค่าครองชีพ รถที่ติดบรรลัย หรือว่าหาดทรายที่พาเราเดินออกไปได้ไกลๆ
ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงในเมืองใหญ่
เมืองไทยดีกว่า…เจยังคงตอบแบบนั้นเรื่อยมาตลอดการพูดคุย

ใกล้เที่ยงคืนเจแยกย้ายกลับบ้านที่ออกจากเมืองไปสักหน่อย เขาบอกว่ามันเป็นห้องน่ะ ไม่ใช่บ้าน
บ้านคือแบบเมืองไทยมีที่ดินปลูกต้นไม้ได้

ผมหลงรักฮ่องกงในอะไรหลายๆอย่างของความเป็นเมืองใหญ่แสงสี มุมมอง และบางทีอาจจะมีอะไรอื่นๆบ้าง
แต่ก็เล็กน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับสิ่งที่เจพูดถึงเมืองไทย
เจพูดถึงเมืองใหญ่อีกเมืองที่มีที่กว้างไกล ทะเลที่มีชายหาดยาวกว่าหลายร้อยไมล์และอะไรสักอย่างที่คนไทยหลายคนมองไม่เห็น

อากาศหนาวเย็นขณะที่ผมล้มตัวลงนอน สายตาจ้องออกไปทางหน้าต่างที่มีไฟนับล้านๆดวงสว่างอยู่ข้างนอก
เมืองไทยดีกว่า…เสียงของเจ ยังคงอยู่ในหัวและผมคงหลับไปด้วยด้วยความรู้สึกนั้น

ไม่มีมาตรวัดใดๆบ่งบอกว่าใครดีกว่าใครบนโลกใบนี้หรอก ใครสักคนกล่าวเอาไว้
ไม่มีที่ไหนที่ดีกว่าเมืองไทยเช่นกัน ที่ผมคิด

ในหลายๆครั้งของการเดินทาง จริงอยู่ที่ภาพของนิวยอร์ค เวนิส บาเซโลน่า หรือว่า หาดเปลือยที่จาไมก้าแวะเข้ามาในหัว

แต่ถ้าจะมีสักที่ที่ผมนอนหลับไปแล้วไม่ตื่นขึ้นมาใหม่
บ้านที่มีที่ดินแบบปลูกต้นไม้ได้ที่แถวๆรามอินทรากิโลแปดต่างหาก
คือที่ที่ผมอยากหลับไปแล้วไม่ต้องตื่นมาพบเจอความทรงจำอันใดอีก

แว่บหนึ่งในความคิด ผมคิดว่าเจคิดว่าเมืองไทยคือบ้าน
แว่บหนึ่งในความนึกคิด ผมโชคดีที่มีเมืองไทยเป็นบ้าน

ผมสัญญากับเจไว้ว่า ถ้าเขามาเมืองไทยอีก ผมจะพาเขาเที่ยวให้ทั่วบ้าน
นาทีสุดท้ายของคืนนั้นก่อนจะหลับไป
ผมคิดถึงบ้านจับใจ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s