ครั้งนึง…

เช้าที่มีหนาวบางๆมาทักทายแล้วอย่างเงียบๆ
เมื่อคืนยังมีกลิ่นไอของฝนจางๆในช่วงดึกดื่นอยู่เลย
ชีวิตมันก็แบบนี้
คนที่ชอบฝนอาจจะเสียดายวันเวลาแห่งคืนนั้น
คนที่ชอบหนาวก็เฝ้ารอการมาเยือนของสายลมอีกครั้ง

ทุกสิ่งอจีรังเสมอเมื่อเรานับเป็นชีวิต
เหมือนประโยคประโลมโลกทั่วไป ไม่มีสิ่งใดยั่งยืนและไม่มีสิ่งใดคืนกลับเมื่อสิ่งนั้นดับสูญไป

ภายใต้การทำงานที่หน่วงหนักหลายคนมีคำถามไปถึงท้ายชีวิตว่าจะเป็นยังไง
เราจะถามคำถามนั้นทำไมในเมื่อหมอดูที่ว่าแม่นก็ยังทายตอนจบของตัวเองไม่ได้
ซ้ำร้ายหมอดูเองอาจจะไม่รู้ว่ามีวัยรุ่นแฟนทิ้งรอกระทืบคำและคนที่ทำนายอยู่ตรงเสาไฟไหนสักที่

ชีวิตมันก็โรแมนติคตรงนี้
ความไม่รู้อนาคตมันก็มีดีของมัน สุดแท้แต่ความไม่รู้นั้น

บางทีชีวิตเราก็ต้องการอะไรแบบนี้บ้าง

ใครบ้างจะรู้ว่าอะไรคือเมื่อไหร่ แล้วเราจะไปอยู่ตรงไหนของคำว่าพอ

กรุงเทพคงคล้ายมะเร็งระยะสุดท้าย ที่มีคนอยู่อาศัยเป็นเซลส์มะเร็งทั้งหลาย

ครั้งนึงของการความไม่รู้ว่ารถติดอะไร การเจอกรุงเทพในตอนเช้า ในขณะที่รถราติดกันขวักไขว่
การเสือกหัวเข้าข้างทางและลงมาจุดบุหรี่ดูดเพื่อทอดสายตาออกไป
คนเก็บขยะคนนึงนั่งร้องเพลงลูกกรุงเสียงใส เหมือนเขาขบขันรถคันโตและคนที่พองใหญ่ในรถด้วยความสุขใจ
เขามีเวลาเป็นของตัวเองและมีเสียงเพลงเป็นของเขาทุกเช้า
เขาขายขยะได้เงินมากแค่ไหนกัน ถึงมีเวลาตอนเช้าที่เป็นของตัวเองแบบนั้น

ครั้งนึงของความไม่รู้ ด้วยการไปสัมภาษณ์งานใหม่
ด้วยความที่เริ่มรู้สึกว่างานที่เก่าไม่สนุกและไม่มีอะไร
การสัมภาษณ์งานที่ใหม่กลับให้ความรู้สึกที่เร่งเร้ากับการกลับไปลาออกจากที่เก่า
ไม่มีเหตุและผลรองรับ ไม่มีงานที่ไหนให้ไป ไม่รู้ว่าจะได้งานใหม่ไหม
มีแต่ความรู้สึกว่าต้องไปให้ตัวเอง ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น
แต่ความรู้สึกนั้นยังอยู่จนวันนี้

ครั้งนึงของการไม่รู้จะไปไหน การพาตัวเองออกจากเมืองไปเงียบๆ เลาะไปตามทางที่ไม่เคยไปรอบกรุงเทพ
แยกเล็กๆที่เคยสงสัยว่ามันไปไหน เลี้ยวผ่านป่าหญ้า รถสิบล้อคันใหญ่สวนมาบ้างนานๆครั้ง
มันคงเปลี่ยวและมืดมากถ้าหากค่ำกว่านี้ แดดย้อนแสงมาไกลๆ
พริบตานั้นหมู่บ้านสีสันสดใสเรียงรายอยู่กลางทุ่ง บ้านสีสดใส หลังคาแต่ละหลังสลับสีเรียงกันไป
กลางทุ่งนาและร้างไกล ทำไมมีหมู่บ้านที่สำคัญมันสวยมากในยามแสงอาทิตย์ทาบลงเบื้องหลัง
ใช้เทคโนโลยีที่มีติดตัวมาตอนนั้นพยายามถ่ายรูปย้อนแสงที่มากสีสันนั้นไว้
ถ่ายยังไงก็ไม่ได้  พระอาทิตย์เหมือนเอามือมาปิดเลนส์ไว้
ภาพย้อนแสงวันนั้น ยังตรึงอยู่ในใจจนวันนี้

บางความสงสัยในความอจีรัง
มีความโรแมนติคที่จีรังอยู่ในนั้น
บนความไม่ยั่งยืนของมัน ความไม่รู้เหมือนคำสาปที่ทำให้ครั้งนึงเราต้องออกไปหาดูเผื่อว่าจะรู้ไว้
ไม่มีอะไรบอกว่าหลังจากความไม่รู้จะมีการมาถึงของการรู้แจ้งไหม
แต่ครั้งนึงของการไม่รู้
เรามักจะลืมไปเสมอๆว่าเราลืมรู้จักใครสักคนที่โลดแล่นและต่อสู้กับวันเวลาโดยลำพังมานานแค่ไหน

ครั้งนึงของการไม่รู้ รับรู้ว่าตัวเองยังอยากรู้จักตัวเองให้มากกว่าคนอื่นใด
และการรับรู้นั้นสุขนาน…และยังอยากมีครึ้งนึงนั้นตลอดไป

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s