คนไร้ราก

ไม่มีที่ไหนโรแมนติคเท่ากรุงเทพ
ฝนตกเหมือนเขื่อนบนฟ้าแตก
ใครบางคนบอกว่า เราท่วมได้ทุกที่แม้ว่าบนนั้นคือทางด่วน!!!
โรแมนติคระยำ ใครบางคนขบขันได้อีก

ในละแวกแถวๆที่ทำงานย่านสี่พระยา
มีมุมตึกเร้นลับและตรอกย่านชุมชนเก่าซุกซ่อนตัวอยู่ไม่น้อย

มันเล็กเกินกว่าที่รถเก๋งธรรมดาจะเข้า แต่มันกว้างพอจะให้มอเตอร์ไซส์วิ่งสวนกันไปมา
วินแถวนั้นมักจะพาเราลัดเลาะไปมาแล้วมาโผล่เอาตรงวัดแก้วแจ่มฟ้าถ้าคุณขึ้นมาจากแยกสามย่านฝั่งวัดหัวลำโพง
เป็นความแปลกตาสั้นในราคา 20 บาท มันน่ารัก ฉงน และปนความคับแคบของคนไว้ในเส้นทางนั้น

ละแวกนั้นมีสิ่งหนึ่งที่ใครต่อใครมักจะเจอได้ง่ายคือคนจร
มีสลับอยู่ทุกเสาไฟฟ้าและบางทีย่านนั้นคนจรอาจจะมีมากกว่าหมาที่อยู่แย่งที่ทางกันข้างถนน
ใครบางคนเคยถามว่าทำไมแถวนี้มีคนจรจัดแยะ

บางทีและบางที…การอยู่ใกล้หัวลำโพงมันก็ง่ายที่จะเห็นอะไรแบบนั้น
การเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วมารอรถไฟสักขบวนเพื่อไปตายเอาดาบหน้า
มันน่าจะง่ายกว่ารอรายได้ที่กระจายไปถึงในชาติหน้า

ไม่มีที่มา ไม่มีที่อยู่ ไม่รู้ที่ไป ชีวิตของคนนอนถนนแถวนั้นคงเหมือนๆกัน
ไม่มีห้อง ไม่มีเสื้อผ้า ข้าวปลาก็อยู่ในถังขยะใบใหญ่นั่น บางวันโชคดีก็มีก้างปลามากเนื้อให้รูดกินกับข้าวกลิ่นเปรี้ยว

บางคนเหมือนคนบ้ามีทีท่าว่าจะอันตราย แต่พอเดินผ่านใครเขากลับเบี่ยงตัวหลบให้
เหมือนกลิ่นตัวเขาจะไปเปื้อนใคร เขาคงไม่อยากให้คราบไคลคนที่ดูดีเปื้อนตัวเช่นกัน

เหมือนเคยมีใครสักคนถามว่า อยากรู้ว่าคนบ้ายิ้มเพราะอะไร
คนจรเองคงไม่สงสัยอะไรแบบนั้น นอกจากรูปลักษณ์ที่ดูคล้ายคนบ้า
เรื่องที่น่าห่วงกว่าว่า ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีเศษข้าว เขาจะเอาอะไรกิน

หลายครั้งของการนั่งมองคนจรผ่านกระจกติดแอร์เย็นฉ่ำ
ข้าวเท่ากำมือในถุงพลาสติคที่ได้มาจากที่ไหนสักที่ คนจรสองคนแบ่งกันตักคนละคำ
มันไม่น่าจะเกินสองสามคำต่อคน เสร็จแล้วเป๊ปซี่ที่ละลายจนเห็นน้ำใสและเข้มสองชั้น จิบแก้ติดคอ
อีกคนหันหาก้นบุหรี่ที่ใครสักคนทิ้งไว้มาส่งให้เพื่อน แบ่งกันคนละมวน แล้วก็นั่งคุยกันแอบๆบนทางเท้า

ถัดไปอีกไม่ไกล มีคนจรอีกคนนั่งเงียบๆมองฝนหล่นเม็ดในชายคาของตึกแถวร้างผู้คน
สองคนนั้นเดินเอาเป๊ปซี่ถุงนั้นไปแบ่ง เขารับมาด้วยการขอบคุณในน้ำใจ
คนเอาไปให้เดินกลับมา บทสนทนาเหมือนหนังใบ้ ต่างแยกย้ายกันเอนร่างฟังเสียงฝนขาดสายแล้วก็หลับไป

ฟ้าโปรยม่านดาวไว้ที่ไหนสักที่ แต่ไม่ใช่ที่นี่ ดวงดาวเร้นซ่อน นีออนเรืองแสง
คนจรเร้นกายอยู่ริมทางที่มืดอับ ฝนตกหนักจนน้ำท่วมขอบถนน
รถวิ่งเร็วและน้ำกระเด็น หลายคนเดินไปหาที่เร้นกายใหม่ในคืนนี้

ภายในชายคาตึกที่ไร้ความรู้สึกใดๆ
แว่บหนึ่งภายใต้รูปทรงอันเย็นชาของตึกเก่าหลังนั้น
หลังคาผุพังยังมีน้ำใจให้คนจรได้นอนหลบฝนโปรยในคืนนั้น
ส่วนคนในตึกนั้น บางทีเขาอาจจะใช้น้ำใจหมดไปก่อนที่คนจรเหล่านั้นจะมาถึงกรุงเทพซะอีก

พรุ่งนี้ ก็จะยังมีคนจรขึ้นรถไฟแล้วเอาชีวิตแขวนไว้กับโชคชะตาเข้าเมืองกรุงมาอีก
หลายคนเจอแดดร้อนอ้าวคงหนาวใจพิลึก
กลางแสงแดดร้อนผ่าว…เราก็หนาวในน้ำใจคนกันทั้งนั้น
มันเย็นชาและพร้อมจะแช่แข็งความเมตตาและเกลียดชังไว้ในจิตใจได้อีก
นี่ล่ะเมืองแห่งโชคชะตาของคนจร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s