บนรอยเวลาที่เร่งรีบ

เช้านี้ หรือจริงแล้วตั้งแต่เมื่อคืน…
มีกลิ่นลมหนาวพัดเบาๆมาปะทะหน้าเบาๆ
มันบางเบา แต่ก็ทำให้เรารู้ว่ามันน่าจะใกล้เข้ามาแล้ว
เคยมีคนบอกว่า หน้าฝนเป็นฤดูของคนช้ำ ส่วนหน้าหนาวเป็นฤดูของคนเหงา

ส่วนคนที่ช้ำรักมาทุกฤดู ไม่ต้องบอกก็รู้เห็นอะไรก็ช้ำมองอะไรก็เหงา ไม่ต้องรอหมดฝนหรือทนหนาว

ในวันที่เราไม่ได้คาดหวัง มักจะมีอะไรมาให้เรารู้สึกน่าผิดหวังได้เสมอๆ
ไม่รู้ทำไมเราจึงเห็นคนเป็นทุกข์กันมากขึ้นในขณะที่ทุกอย่างสะดวกสบายขึ้น
เรามีการเดินทางที่สะดวกสบายกว่าสิบปีที่แล้ว แต่การเดินทางกลับบ้านยาวนานขึ้นกว่าสิบปีก่อนมากมาย
เรามีชีวิตที่มีการสื่อสารฉับไว แต่น่าแปลกที่เรากลับเข้าใจกันน้อยลงทุกที

เราต่างก็มีเรื่องผิดหวังและไม่่าจดจำกันในชีวิตทั้งนั้น

วูบหนึ่งของความทรงจำ
ผมพาตัวเองมารับฟังเรื่องราวของเพื่อนสนิท ที่เราเติบโตผ่านช่วงวัยรุ่น
เรียนจบมาด้วยกัน และบ้านอยู่ห่างกันไม่มาก
เราไม่ได้พูดคุยกันนานในช่วงที่เขามีครอบครัวและผมทำงานหนัก
การกลับมาเจอกันอีกครั้ง ไม่ได้ทำให้เราลดความสนิทลง
กลับเข้าใจและพึงรับตัวตนอีกฝ่ายมากขึ้น

เขามักถามถึงแม่ผมเสมอๆ ทุกครั้งที่เริ่มต้นคุย เช่นกันกับผมที่มักถามถึงลูกสาวเขาเสมอๆเช่นกัน

ในการพูดคุยยาวนานผ่านเรื่องของภรรยาเก่า และ วันนี้เขามีคนใหม่
เขาพูดอย่างคนที่ผ่านรักมามากและขาดรักมากอย่างเข้าใจง่ายๆว่า
ไม่มีอะไรมากหรอก ทุกอย่างมันก็เป็นไปตามเรื่องของมัน
คำว่าเรื่องของมัน อธิบายชีวิตได้ชัดเจนดี
ผมชอบคำนี้

ครั้งนึงในการเล่นอินเตอร์เน็ต ผมพบคำประกาศในงาน เบิร์นนิ่งแมน
งานอีเวนท์สุดเพี้ยนกลางทะเลทราย ที่คนจัดงานกล่าวเอาไว้ว่า ปีนี้คงจัดเป็นปีสุดท้าย
ด้วยเหตุผลง่ายๆว่า ทุกอย่างมีเวลาของมัน
ผมชอบความรู้สึกแบบนี้

เมื่อวานตอนเย็นที่ริมฝั่งเจ้าพระยาในวันที่น้ำกำลังจะล้นตลิ่ง
ผมเดินออกไปยืนมองน้ำที่กำลังจะล้นที่ท่าวัด
เจ้าพระยาพลบค่ำสวยมาก แต่มันก็น่ากลัวมากๆในความแรงของน้ำ
เราต่างก็เอากล้องจากโทรศัพท์มาถ่ายรูป เก็บท้องฟ้าที่กำลังโรยตัวเข้าหาความมืดกันไว้

ใครสักคนเอ่ยว่าเหมือนฮ่องกงมาก แต่สวยกว่า

ลุงคนนึงคงอยู่แถวๆนั้น เดินมองพวกเราอย่างสงสัยว่า ดื่มด่ำอะไรกัน นี่ก็วิวเหมือนทุกๆวัน
มันสวยมากจนผมแอบกลับมาถ่ายรูป ตอนใกล้ค่ำเข้าไปอีกรอบสอง

ผมพบว่าลุงคนนั้นใช้โทรศัพท์ราคาไม่แพงนัก พยายามถ่ายรูปมุมที่เราถ่ายๆกัน
ผมแอบยืนมองแกไกลๆ และเดินเข้าไปแอบดูใกล้ๆ
แกไม่ได้เอาตามองกล้องในโทรศัพท์สักเท่าไหร่
สายตาแกมองท้องฟ้าที่อยู่ไกลออกไป แล้วใช้มือกดโทรศัพท์ไปอย่างไม่ค่อยจะได้ดั่งใจ
และไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าแกลองทำในสิ่งที่เห็นพวกเราทำกัน

ผมพบว่าเราสองคนเหมือนกันตรงที่ เราไม่ได้สนใจจะเก็บภาพไว้
เราสนใจจะเก็บความทรงจำนั้นไว้คล้ายๆกัน

ผมไม่รู้ว่าช่วงเวลานั้นเรียกว่าความสุขไหม
แต่มันสงบและดื่มด่ำมากมาย

หลายคนเดินก้มหน้าลงเรือและเร้นตัวหายไปในทางชีวิตที่เร่งรีบ
ยังมีผมและลุง ยืนมองวิวแสงสุดท้ายของเจ้าพระยาอยู่ด้วยกันคนละมุม

ผมเขียนอะไรมาทั้งหมดตั้งแต่ต้นมาจนถึงบรรทัดนี้เพียงเพื่อเอาไว้เตือนตัวเองว่า

สักนิดนึงของความเร่งรีบบนนาฬิกา
มีความสวยงามมากมายรอเราอยู่ตรงหน้า มันไม่ถึงกับต้องค้นหาหรอก เพียงแค่เราต้องรู้จักมองมัน

ชีวิตก็คล้ายๆกัน

 

 

One response

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s