แดดร้อนและเพลงนั้น waiting in vain

ภูเก็ต…ไข่มุขแห่งอันดามัน
ไม่ใกล้ในการเดินทางแต่มีทุกอย่างเท่าที่ใจฝัน
แดดแรงลมร้อนสะบัดไหวและกลิ่นไอของทะเลที่ล่องลอยและร้องเรียกอยู่ในความทรงจำ

ย้อนกลับไปไกลเมื่อครั้งได้ไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด นาที่ที่เห็นทิวมะพร้าวยืนยักเอวอยู่ไกลๆ
ก็เรียกความหวั่นไหวและลิงโลดให้ใครคนนี้ได้เสมอ

หลังจากตัดสินใจว่าจะเดินทางด้วยรถเครื่องคันน้อย ที่พร้อมจะฝ่าแดดลมและถ้ามีฝนก็คงสนุกดี
การจอดถามทางคนเชียงรายที่มาอาศัยอยู่ที่นับสิบปี สนุกและขบขันดี
คนเชียงรายตอบคำถามได้น่ารักว่า เกาะนิดเดียวเที่ยววันเดียวก็หมด
แต่สิบปีกว่ามานี่ยังไปไม่ครบ

อย่างน้อยเส้นทางของวันนี้ ก็มีรอยยิ้มนำทางไปก่อนแล้ว
ขับเลาะวงเวียน เลี้ยวไปตามหัวใจ ขึ้นคอนลงห้วยไป
ไม่มีแยกไหน เลี้ยวใดไม่มีความสุข และแน่นอนว่าความสนุกถูกบันทึกไว้ที่ใบหน้า

แล้วความโรแมนติคของแดดแรงก็พาเรามาติดไฟแดงสักแยกนึง
เปลวแดดสะบัดจนนึกอยากได้ Long Island(ลอง ไอซ์แลนด์) มาเต้นรำในคอสักแก้ว
ข้างๆที่จอดเคียงกัน คือรถสิบล้อคราคร่ำไปด้วยรอยเวลาบนร่างกายที่คาดว่าคงผ่านมาแล้วหมื่นเขาพันทะเล
และคราวนี้เราจอดที่อยู่แยกไฟแดงเดียวกัน  เราอาจจะมาจากคนละที่ แต่เรามีที่ไปที่เดียวกัน
อย่างน้อยก็จากว่าจะถึงไฟแดงถัดไป และถ้าใครคนนี้ไม่หลงทางไปไหน

เสียงเพลงที่ล่องลอยออกมาจากเจ้าสิบล้อหน้าเหมือนยักษ์ใหญ่มากไปด้วยรอยยิ้มคันนั้น
คงทำเอาไฟแดงแถวนั้นโยกเอวเบาๆและ ใครคนนี้ต้องถึงกับฮัมตาม
นึกสงสัยอยู่ในสายลมร้อนตรงแยกนั้นว่า กฏหมายเข็ดขัดนิรภัยจะทำหน้าสงสัยใส่เจ้ายักษ์นี่ยังไง
ยิ่งมองก็ยิ่งประทับใจกับประตูข้างที่ไม่ต้องพึ่งระบบล๊อคให้แน่นหนาอะไรเพราะไม่มี
สิบล้อหน้ายาวใช่ไหมนะที่เขาเรียกกันมา
ยิ่งมองเข้าไป คนขับที่มีทรงผมที่แม่มักเรียกว่าทรงเจ้าเข้าผีนั่งร้องเพลงอย่างอารมณ์ดี พลางส่งยิ้มที่ไม่ยี่หระกับวันนี้
บางทีเขาคงไม่สนใจทางโค้งขึ้นเขาข้างหน้าที่ยากและชันนั่นด้วยซ้ำ

คงมีไม่สักกี่ครั้งที่อยากให้ไฟแดงที่แยกนั้นมันยาวนานเท่าครั้งนี้…

แล้วไฟเขียวก็มาพรากสวรรค์เล็กในบ่ายวันนั้นไป
เสียงเพลงที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลจากแคริเบียน
ถูกแทนที่ด้วยเสียงเจ้ายักษ์ใหญ่คำรามบิดเมื่อย แล้วก็ออกตัวไป
คนขับที่หัวพันกันจนเขาเองก็ไม่น่าจะอยากแกะมัน หันมาค้อมหัวให้กับมอร์เตอร์ไซส์คันน้อยอย่างมีน้ำใจ

เราต่างก็ฮัมเพลงรักจากแคริบเบียนเพลงนั้นด้วยความสุขใจ
เจ้ายักษ์นั่นออกนำหน้าไปในขณะที่ใครคนนี้ต้องเลี้ยวแยกไป
เสียงเพลงยังลอยออกมาดังๆและเจ้ายักษ์ใหญ่คงยังสร้างความสุขให้ใครต่อใครไปอีกหลายร้อยพันไมล์

ท้ายรถในความเก่าและซีดจางมากด้วยฝุ่นและมีสนิมมาเยี่ยมกลาย
มีตัวหนังสือสีสันเคยแสบตาอ่านได้ลางๆว่า ไอ้หนุ่มเร้กเก้ โลเลหารัก

ถึงแม้ไม่รู้ที่มา แต่เจ้ายักษ์และคนขับก็รู้ที่หมายในหัวใจและหลักไมล์ที่ต้องไป

ภูเก็ต ในวันร้อนแดดใส
แต่ไม่ได้ร้อนรุ่มอะไรในหัวใจ
บันทึกไว้ในความทรงจำว่า ไฟแดงวันนั้น ไม่เท่ากับการรอคอยที่จะได้กลับไปในวันนี้
และคิดถึงเพลงนี้ กับแยกในวันนั้น

One response

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s