ผลบุญส่งนำ พระธรรมส่งไป…

 
หลังจากตระเวณทำบุญ 108 วัด ใน หนึ่งวันกับ บรรดาญาติสนิท ที่ออกไปแนวทางผู้สูงอายุ
ในขณะที่ว่าผมอายุน้อยสุดในรถ คงไม่ต้องคิดว่าความหฤหรรษ์จะก๋ากั่นแค่ไหน
บรรยายเป็นภาพไม่ได้จริงๆ
 
เมื่อคนบาปริอาจทำบุญ ผลของบุญที่ได้คือขึ้นรถเมื่อไหร่ ก็ให้มีอันหลับไหลไปในเมื่อนั้น
เมื่อฟ้าสั่งให้ต้องคำสาป เราก็มิอาจขัดขืนใช่ไหม
 
ในขณะที่ เหล่าญาติโยมทั้งหลายกำลังก้มหน้าห้มตารับผลบุญ และแน่นอนว่า สังฆทานที่ทำไป
ต้องมีใครสักคนแผ่ส่วนบุญมาให้เป็นแน่แท้
เพราะว่าเล่นเอาอิ่มแป้ไปทั้งวัน ไม่คิดจะกินอะไรทั้งนั้นนอกจากน้ำ
 
ตามประสาคนอยู่ไม่สุข อยู่เฉยๆแล้วพาลจะเป็นอัมพาตมาตั้งแต่เป็นเด็ก
ในขณะที่ญาติโยมทำบุญ คนบาปก็อย่าช้าใย รีบไปหาอะไรทำ
 
ทำอะไรดีล่ะ ไม่อยากเข้ากุฏิพระ ก็เดินรอบๆวัดเอาล่ะกันนะ
วัดที่ดูไม่มีประวัติศาตร์อะไร เป็นวัดชาวบ้าน ริมแม่น้ำ จะมีอะไรมากมาย
 
แล้วผลบุญก็ส่งให้สายตาที่สอดส่องหาอะไรแกเหงายามบ่ายเย็นเช่นนี้ เห็นผลบุญเข้าจังๆ
วัดที่มีแม่น้ำทอดตัวอยู่ข้างๆ จะมีอะไรได้บ้างนะ ไม่พระอารามหลวง
ไม่ใช่ที่ที่มีความเป็นไปทางยุทธศาสตร์การเดินทัพ เป็นเส้นทางผ่านของทัพย่อยมากกว่าทัพหลวงในสมัยกรุงศรี
 
ผมพบพระอุโบสถ อายุจากสายตาและวิชาที่ร่ำเรียนมา(บ้าง) น่าจะมี ร้อยกว่าปีเห็นจะได้
ผมเดินเข้าไปในแสงยามเย็นที่ฉายเข้าหาพระอุโบสถหลังกร่ำคร่ำค่า
เหมือนประหนึ่งหลงไปในอีกดินแดนก็มิปาน
 
ดูจากทางเข้าและการก่อซุ้มประตู น่าจะปลายอยุธยาแล้วได้ หรือไม่ก็รัตนโกสินทร์
พื้นถูกปูทับ ยกสูงขึ้นมาเรื่อยๆจน ดูว่าโบสท์เตี้ย และซุ้มประตูต่ำ
คงเกิดจากการซ่อมแซมหนีน้ำในสมัยก่อน ที่พอหน้าน้ำ น้ำคงไหลบ่าเข้ามาถึงในเขตหลักเสมาด้านใน
ถ้าสังเกตุให้ดี สิ่งที่บอกเราทันที่เลยว่า เป็นวัดเก่าช้านานนี้
ไม่ใช่อิฐเก่า หรือรอยปูนถลอก
รูปทรงของอาคารก็บอกเราได้แล้ว ลองสังเกตุดีๆ โบสถ์วัดในสมัยนี้ สูงชลูด เรียว ไม่ได้มีความสวยงามทางการมองแต่อย่างใด
คงเหมือนจิตใจคน ที่วัดเอากันแต่ความสูงที่ปาก แต่ขาดการกระทำที่จิตใจ
สร้างอาคารสูงเกินนกจะบินไหว แต่จิตใจกลับตกต่ำลงไปยิ่งกว่าฐานรากที่ปักไว้
  
ดูจากขอบของบันไดระเบียง น่าจะมีการซ่อมในสมัยช่วง ร4 หรือไม่ก็ เป็นช่วงที่พ่อค้าสำเภาจีนล่องเรือมาถึงแถวๆนี้
 
สอบถามจากหลวงตาที่มีกุฏิอยู่แถวนั้นว่า เป็นโบสถ์เก่า
ถามว่ากรมศิลปเคยมาเห็นไหม
หลวงตาตอบว่าก็เห็นมาหลายที วัดโน่นวัดนี่แล้วก็หายไป
   
แล้วหลวงตาก็หายไป…
หมายถึงหลวงตาก็ไปกวาดเศษไม้ใบหญ้าต่อไป
 
ผมปลีกไปนั่งมองแสงแดดที่ทาบทาไปบนพระอุโบสถยามเย็นในขณะที่สายน้ำไหลเรื่อยๆตามกระแสลมเอื่อยๆไป
นี่คงเป็นผลบุญที่เห็นผลเร็วสุดแล้วในการทำบุญไม่หวังผลอะไรเท่าไหร่
 
ผมหลับตานึกภาพย้อนไปเมื่อครั้งยังมีชาวบ้านร้านตลาดใช้โบสถ์นี้
เรือแจวคงถูกผูกผลายไว้หลายลำ
ข้ามมัดต้มหมี่ทั้งหลายคงเรียงรายไว้ถวายพระ
 
เสียงสวดแว่วมา เด็กวัดคงถือเอาช่วงนี้โดดน้ำเล่นกันทางศาลาริมน้ำหลังใน
 
แสงอาทิตย์ก็คงเหมือนแสงธรรมในวันนี้
อ่อนโรยและล้าแสงเข้าเย็นย่ำเต็มที
 
โบสถ์หลังนี้คงรอเวลาผุพัง
 
ผมพาตัวเองเดินออกมาหน้าวัด มีรถหลายคันจอดเรียงรายไว้
ไม่มีสักคนหลงเข้าไปในโบสถ์นั้น
ไม่มีพระคำภีหรือว่าสิ่งอันมีมนต์ขลังใดๆ
มีแต่รอยเวลา
และผมมองจากมาอย่างอาลัย
 
วัดเทพอาวาส ราชบุรี…
 

6 responses

  1. "สร้างอาคารสูงเกินนกจะบินไหว แต่จิตใจกลับตกต่ำลงไปยิ่งกว่าฐานรากที่ปักไว้"I like it

  2. อยากไปด้วย เข้าเกณฑ์นำ้หนักถึง อายุถึง จัดไป ไม่มีเวลาแต่แอบมาอ่าน เหนื่อยโว้ย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s