นิยาม…ของความเป็นบางกอก

 
ช่วงเวลาที่ว่างเปล่าที่ผ่านมา ได้กลับไปดู วิดิโอที่ตัวเองถ่ายไว้เมื่อครั้งไปเชียงใหม่มาล่าสุด
ในงานที่มีคนกว่าสามพันคน (คนจัดเขาว่างั้น)
 
ตอนเปิดงาน ให้รู้สึกชมชอบ ติดใจ และหลงไหลไปกับคำพูดของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
ที่มากล่าวเปิดงานในมาดร๊อคเล็กๆได้เต็มอารมณ์เป็นนักหนาว่า
" ขอต้อนรับสู่จังหวัดเชียงใหม่ นครแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง "
รู้สึกได้ถึงความเป็นเชียงใหม่ในประโยคนั้น
 
อากาศหนาวๆในคืนนั้น เชียงใหม่ยังพิสูจน์ความมั่งคั่งของสาวๆที่เปิดเนินเนื้อและห่อไหล่ด้วยความขาวของสาวเหนือไว้แถววอร์มอัพ
 
กรุงเทพล่ะ นอกจากรถติด มลพิษแยะ และไม่ค่อยจะโรแมนติคนัก
มีอะไรให้คิดถึงมันบ้าง และนิยามของมันควรเป็นอะไร
 
ขณะที่ขี้เมาหลายคนแหกปากเรียกร้องความสุขผ่านทางเสียงเพลงในค่ำคืนนั้น
อากาศหนาวเหน็บและสาวๆไม่เก็บหัวใจไว้กับตัว
 
มีอะไรในกรุงเทพที่เราคิดถึง หวั่นไหว และใคร่ที่จะเก็บมันไว้ในห้วงคำนึง
 
ลองคิดเล่นๆในความร้ายรักและบัดซบของบางกอก
มีซอกหลืบไหนในนครแห่งเทวาและซาตานแห่งนี้ ที่คุณหลงรักมันอยู่ในที
และถ้าไม่มี ก็ไม่ตาย แต่ขาดอะไรไปในใจสักอย่าง
บอกได้บ้าง ไม่ได้บ้าง บางอย่างที่คิดจะบอกนั่นล่ะ ยากนัก
 
ในวันที่รถดติดมหาศาล จริงๆมันก็ติดในทุกวันของมัน
ไม่เห็นผู้ว่า กทม. ออกสื่อมานาน งานท่านคงแยะมาก
ถึงขนาดว่าตอนขึ้นเวทีนับถอยหลังหน้าห้างใหญ่ ท่านถึงกับคลานคุกเข่าลงไปสวัสดีปีใหม่คนไทย
ท่านคงทำเพื่อขอโทษ เอ้ยไม่ใช่ สวัสดีปีใหม่เอาไว้ ในหลากคำอวยพร ท่านคงขอให้ไม่โดนด่า และรถไม่ติดมากนักหนาในวันทำงาน
 
กรุงเทพร้ายรักใน พศ. นี้
จะมีอะไรดีไปกว่า การฟังเพลงเพราะๆ ในแยกไฟแดงที่มันแดงมานานเหมือนหลานจะรับปริญญาตรีในวันพรุ่งนี้…
เหมือนจะมีคนรักรออยู่ในไฟแดงถัดไป แต่ก็นั่นล่ะจะเขียวเมื่อไหร่
เด็กเช็ดกระจกรถมาจากทางไหนไม่รู้ เดินมาเอาผ้ามาวางยกมือไหว้ อย่าคิดว่าชีวิตมันง่าย ทำกระจกรถเปื้อนเห็นไหม หลบไปซะ
 
แท๊กซี่เบียดเข้ามาเหมือนจะแกล้ง แต่นั่นมีคนเรียกอยู่บนถนนและนั่นมีอีก 3 คน กำลังจะเข้าไปแย่งกันรับคนเรียก
 
มอร์เตอร์ไซส์เบียดรถเมล์เข้าไป เกือบชนกับคนจะขึ้นรถที่ป้าย
ผู้หญิงโหนราวรถไฟฟ้าไม่ถึง และต้องแอบดึงคอเสื้อที่ย้วยลึกลงไปจนไอ้แว่นโรคจิตข้างๆหลงไหล
 
ถ้าเบื่อรถติดไม่อยากกลับบ้าน ลองวนเข้าห้างดู จะรู้ว่ารถติดกว่าบนถนนอีก เพราะคนกรุงเทพ ถึงบ้านทีมีสองสามทุ่มเป็นอย่างน้อย
 
ใครและใคร ต่างมองหาชีวิตในเมืองที่มีไฟดวงเล็กหลายพันล้านดวงในเมืองแห่งนี้
เมืองที่ถ้าหิวก็เดินออกไป ใกล้เซเว่นจะมีชายสี่หมีเกี๊ยวรอไว้
 
ชายสี่ผู้ที่จากบ้านมาไกล ไม่เคยสนใจว่า คุณจะเป็นคนกรุงเทพไหม หรือคุณมีทุกข์ร้อนอันใด
 
หิวก็เข้ามา น้ำเปล่าหาเอาเอง
ท้องอิ่มมีพลัง จ่ายตังค์แล้วก็จากไป
 
กรุงเทพ นิยามของมันจะเป็นยังไง
ร้ายรักและบัดซบ ได้แค่ไหน
เพียงแต่ใครและใครจะรู้ไหม
ว่าสุดท้าย…ไม่มีใครไม่รักมัน
 
กรุงเทพ เมืองสวรรค์ เห็นใครและใครเปรียบมันไว้อย่างนั้น
ไม่ว่าสวรรค์นั้นจะฝันหรือจริงเพียงใด
 
รักกรุงเทพที่ในความร้างร้าย และใจหายในยามร้างรัก
 
   
  
 
 
 
 

5 responses

  1. "อากาศหนาวๆในคืนนั้น เชียงใหม่ยังพิสูจน์ความมั่งคั่งของสาวๆที่เปิดเนินเนื้อและห่อไหล่ด้วยความขาวของสาวเหนือไว้แถววอร์มอัพ"นี่ก็เหตุผลหลักที่มาเชียงใหม่บ่อยๆมะช่ายหรอป๊อบบบบบ *-*

  2. ขอบอกว่ากรุงเทพฯ คือ… เมืองห่_ที่น่ารัก

  3. กรุงเทพรถเยอะน่าเบื่อ กว่าจะกลับถึงบ้านก็ค่ำซะแล้ว

  4. กรุงเทพ น่าเบื่อ รถติด คนแย่งกันทำโน่นนี่ไปหมด แต่ถ้าไม่ได้อยู่กรุงเทพทีไร อยากไปไหนมาไหนในกรุงเทพทุกทีเลย แปลกดี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s