วิถีแห่งปัญญา

 
ผมชอบคำคำนึงที่มักจะได้ยินมาเสมอในข่าว
คือคำว่า องค์ทะไลลามะ ผู้นำจิตวิญญาณชาวฑิเบต
 
เป็นคำที่บ่งบอกอะไรหลายอย่างบนความเป็นฑิเบต
ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อนี้ มักจะคิดกลับย้อนไปถึงคนอีกคนนึงที่อินเดีย
ชื่อนั้นคือ
มหาตะมา คานธี
ทั้งสองคนมีความคล้ายคลึงกันตรงที่ ทั้งคู่ต่างเรียกร้องหาความเป็นอิสระจากการถูกปกครองโดยคนอื่น
 
ฑิเบต ต้องการปกครองตนเอง แต่ จีนไม่ยอม
อินเดียเมื่อครั้งกระโน้น ถูกปกครองโดยอังกฤษ
 
ทั้งสองเลือกวิธีที่จะทำให้คนยอมรับในวิถี ไม่ได้เลือกใช้วิธีประหัตประหาร
องค์ทะไลลามะ เดินทางไปพูด พูด พูด แล้วก็พูดเพื่อให้โลกรับรู้ ในใจความสำคัญก็ยังพูดให้โลกเข้าใจว่าทำไม
ฑิเบตถึงอยากปกครองตนเอง
ถึงแม้ประวัติศาตร์เอง ฑิเบตกับจีนจะกระหวัดรัดเกี่ยวกันอย่างเสียไม่ได้
 
ในขณะที่ มหาตะมา คานธีนั้น ไม่ได้มีตำแหน่งใดๆทั้งทางการเมืองและศาสนาด้วยซ้ำ
แต่การเดินทางเรียกร้องให้พี่น้องชาวอินเดียลุกขึ้นเรียกร้องเสรีภาพจากอังกฤษโดยอหิงสา
"ประกาศคำสอน วิงวอนประชา
อ่อนโยนด้วยรัก นำพาก้าวไป
ใช้ความสงบ สยบความเคลื่อนไหว
มัคคายิ่งใหญ่ แห่งอหิงสา " (จากเพลง มหาตะมา คานธี ของคาราบาว)
 
มหาตะมาคานธี ใช้วิถีเพื่อบ่งบอกวิธี ให้โลกได้รับรู้ว่าทางแห่งสันติ นั้นมี
แต่ต้องเป็นวิธีที่ใช้ความอดทนและไม่ได้เห็นผลในวันนี้พรุ่งนี้
 
ในความที่ทั้งสองผู้นำเลือกทำและให้คนของตนเองทำตามนั้น
เป็นวิธีที่เขลา แต่ขณะเดียวกันก็เป็นวิถีที่ผ่อนหนักเป็นเบาและไม่ก่อให้เกิดการสูญเสีย
หากเสียคนในชาติไปแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์อันใดในความเป็นชาติเล่า
 
ในขณะที่บางประเทศกำลังรักษาและดำรงค์ไว้ซึ่งความเป็นชาติ
 
ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ากำลังพัฒนาบางประเทศก็กลับแสดงถึงความสิ้นชาติได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
 
ยังสงสัยอยู่ว่า ถ้าประเทศที่ขึ้นชื่อว่ากำลังพัฒนา ประเทศนั้น ตกเป็นเมืองขึ้นมาก่อนหน้านี้บ้าง
จะรู้ซึ้งถึงความเป็นชาติกันไหม
แต่จะว่าไป ชาติไหนๆก็มีความแตกแยกกันทั้งนั้น
บางประเทศโชคดี ก็มีคนที่รบกันด้วยวิถีแห่งปัญญา
ถ้าโชคร้าย ประเทศนั้นๆก็รบพุ่งด้วยยุทธวิธีพร้อมปัญหา
 
ถ้าอหิงสา คือการปล่อยวางอาวุธ ยุทธโทคือใจ
 
ยังไม่เคยเห็นท่าน องค์ทะไลลามะ ปิดสนามบิน
หรือ มหาตะมาคานธี ปิดอนุเสาวรีย์ที่ บอมเบย์ สักที
 
สู้กันด้วยวิถี คงเป็นสิ่งที่คนสมัยนี้ยากเกินกว่าที่จะเข้าใจ
คำว่าอหิงสา ก็ไม่ใช่จะทำกันได้ง่ายๆ
ประชาธิปไตยก็ไม่ได้มีแค่การเลือกตั้ง
 
และไม่แน่ใจว่าสังคมยังพอมีที่ว่างให้คนอยากใช้ชีวิตปกติเหลืออยู่บ้างไหม
 
จริงๆยังนึกสงสัยว่า ไอ้รสนิยมไม่พอใจอะไรแล้วไปเที่ยวปิดโน่น ล้อมนี่ มันจะมีในบ้านเมืองประเทศกำลังพัฒนาไปอีกนานไหม
 
เผื่อรักใครชอบใคร แล้วเขาไม่ชอบ จะได้ไปล้อมบ้านเธอไว้
รักเธอแบบประชาธิปไตยไง
สะใจดี !!!
 
จะไปใช้ทำไมปัญญา มันเสียเวลา จะรักใครสักคนแบบใช้ปัญหาน่ะมีอะไรไหม
สร้างปัญหาให้เธอซะ เธอจะได้ยอมรับ แล้วก็ไม่อยากมีปัญหา
อหิงสามากมาย…
 
ปล. ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ากำลังพัฒนา  หมายถึงประเทศ อะบาดาโห่เวษี ในทะเลอินเดีย ที่มีการประท้วงอะไรกันอยู่ในขณะนี้
      ไม่ได้หมายถึงประเทศไหนและสีใดๆเลย
      ไม่เค๊ยย จริง จริ๊งงงงงงงง
 
 

7 responses

  1. กุ๊มะเชื่อกุ๊ว่าเมิงด่าประเทศไทยนี่หละส่วนสีก้แดงกะเหลืองงัยล่ะ ชัดเจนแบบเพลงพี่โต้ ชิริก ระริกระรี๊กันไป จะได้จบๆ

  2. ฆ่ามานโลยยยยยยครายมะดี ครายทำมะถูกฆ่ามานโล๊ยยยยยย !!!!!

  3. หากเสียคนในชาติไปแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์อันใดในความเป็นชาติเล่าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะนึกว่าอ่าน Times อยู่อ่านแล้วเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะแต่อย่าไปปิดล้อมหัวใจใครนะ มันไม่ดี อิอิ

  4. I feel like u r a diplomat!!!that it\’sจะลงเล่นการเมืองไหม จะได้เลือก

  5. ได้ยินคำว่า "อหิงสา" ทีไร นึกถึง "มหาหิงค์" ทุกที

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s