‘รงค์ วงษ์สวรรค์ (๒๔๗๕ – ๒๕๕๒)

 
ในชีวิตการเติบโต
มี ศุ บุญเลี้ยง เป็นนักเขียนคนแรกๆที่ พาหัวใจออกไปโลดแล่น ยืนแดดร้อนฝ่าลม บนถนนของนักโบก
จำได้ว่า เคยอ่านบทสัมภาษณ์ของคุณ จุ้ย บอกถึงนักเขียนในดวงใจที่ชื่อว่า "รงค์ วงษ์สวรรค์ "
เลยต้องตามไปค้นไปหา ไปผ่านตา
แต่ด้วยความเขลาทางภาษาและสติปัญญาที่มีจำกัด
ทำให้การอ่านหนังสืออย่างผู้มียี่เกในหัวใจ กว้างและไกลในความเข้าใจ
หากแต่ง่ายและสวิงสวายในทางตัวหนังสือที่ถูกเรียงไว้ในหน้ากระดาษมากมาย
หนังสือเล่มนั้นถูกทิ้งไว้ เนิ่นนานจนวันเวลาผ่านไป
 
การกลับมาอ่านใหม่ในวัยที่มากขึ้น
พร้อมกับการมีหนังสือของผู้ชายที่เป็นายของภาษาและเป็นพญาอินทรีย์แห่งฟ้าอักษรผู้นี้มากขึ้นเรื่อยๆ
พบว่าตัวเองโลดแล่นไปกับการเดินเล่นในบางลำพูกับ "2 นาฑีบางลำพู"
ชอบมากและอินไปกับการเดินชมต้นลำพูในยุคสงครามและความอดอยากปากแห้งของคน
หากแต่บนความก่นด่าของชีวิต มีแง่มุมของหลากหลายชีวิตที่ทั้งล้มและลุกอยู่ในนั้น
 
และอย่างน่าอัศจรรย์
ชีวิตถูกมองอย่างไร้ค่าในภาษาของคนผ่านป่าคอนกรีตมาอย่างโชกโชน
 
ในความเป็นนักเลงของผู้เขียน การเกี่ยวพันกับผู้หญิงเป็นเรื่องที่เคียงข้างกันมา
ดูหยาบคายทางภาษา แต่งดงามมากนักหากเป็นเป็นลมหายใจของกระหรี่ในความหมายของ รงค์ ผู้นี้
 
ไม่มีครั้งไหนที่นักเลงผู้มากในมุมมองชีวิตจะไม่เทิดทูนและยกย่องผู้หญิง
ถึงแม้เธอจะเป็นเพียงผู้หญิงที่หากินแก้คัน ในคืนที่ผู้คนไม่สนแม้แต่เธอเป็นใคร หรือเป็นเมียผู้ดีมาจากตรอกไหน
 
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับรู้ถึงการนั่งคุยกับท่อต่อลมหายใจของผู้ชายที่ชื่อ รงค์ ในห้องไอซียู
สารภาพว่าแปลก และไม่ได้รู้สึกว่า ผู้ชายที่เป็นนักเลงในความหมายของคนจริงคนนี้
ไม่ได้รู้สึกว่าคนที่นอนอยู่ใต้การช่วยหายใจ จะหยี่ระกับความตายในความหมายของคำว่ากลัว
 
ชายผู้ที่ถ้าเห็นยมบาลมาหาคงชวนท่านยมกินเหล้าสอบถามความเป็นมากันก่อนอย่างสบายใจ
แล้วอาจจะบอกว่าดื่มเหล้าให้สบายใจก่อนท่านยม
ไหนๆเราก็ต้องไปด้วยกันแล้ว มานั่งกินเหล้าไห้เราสนิทกันอีกสักนิดเถิด
 
แต่ ณ.ในวันที่พญาอินทรีย์แห่งฟ้าอักษร โบกบินไปจากร่างกายที่ไร้ความหมายแล้ว
ยอมรับว่าใจหาย และยืนมองหนังสือเล่มสุดท้ายที่พึ่งซื้อมาอย่าง "บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า"
อย่างอาลัยในความตาย
 
หนังสือในนามของ รงค์ ในบ้าน มีแยะมากจนไม่รู้ว่ามีกี่เล่ม แต่มีไม่ครบหรอก
และแน่นอนว่าไม่เข้าใจในทุกความหมาย
แต่ชีวิต ไม่ได้มีอะไรมากมายไปกว่า
เกิดมาแล้วก็ตาย
หากในระหว่างทางของชีวิต คนเราควรมีอะไรให้น่าจดจำและทำอย่างมีความหมายและไม่ต้องใช้เหตุผลมากมายนัก(บ้างก็ได้)
 
หนึ่งในการไม่ต้องใช้เหตุผล คือการอ่านชีวิตผ่านตัวอักษรของ ครูแห่งชีวิต ที่ชื่อ รงค์ วงสวรรค์
 
แน่นอนในการนึกถึงวันนี้ เปลี่ยนเป็น รงค์ บนสวรรค์ ไปเรียบร้อยแล้วในการนึกถึง
 
ชีวิตบัดซบและระยำได้มากกว่าที่มันเป็น
เสพความสุขผ่านความชอกช้ำและกระทืบมันทิ้งเหมือนก้นบุหรี่ไม่มีไส้
ระยำในรสชาด แต่สุขล้ำในความขื่นของใบจาก
 
อาว์ รงค์ เคยว่าไว้
และหลานคนนี้ใช้คำว่าเข้าใจ
 
‘รงค์ วงษ์สวรรค์ (๒๔๗๕ – ๒๕๕๒) บันทึกเอาไว้ในความอาลัย
ระยำ! แม้แต่ความตาย ชายผู้นี้ยังยิ้มให้อย่างมิได้กริ่งเกรงแต่อย่างใด…

6 responses

  1. โลกสูญเสียอัจฉริยะไปอีกหนึ่งคนแล้ว แต่ก็ได้ตำนานประดับโลกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง"การกังวลมันก็เหมือนกับนั่งอยู่บนเก้าอี้โยก คุณรู้สึกว่ากำลังเคลื่อนไหว แต่มันไม่เคยพาคุณไปถึงไหนได้เลย" – \’รงค์ วงษ์สวรรค์คนที่คิด เขียน อะไรทำนองนี้ได้ … อัจฉริยะชัดๆปล. หวังว่าท่านยมคงไม่สืบประวัติคุณลุงโดยใช้คำถามว่า เป็นอะไรกับนุ่น วรนุช? นะ "ถ้าจะถาม จะเอาปืนมายิงเดี๋ยวนี้ล่ะ รำคาญ" ลุงแกว่างั้น

  2. ความตายไม่เคยพัดพรากความยิ่งใหญ่ ไปจากคนค่ะไม่ได้เป็นแฟนคุณ รงค์ แต่เคยอ่านเสียใจด้วยคนค่ะ

  3. … จากไปอย่าวีรบุรุษ… ติดตามอยู่หลายเล่มเหมือนกัน… ขอแสดงตวามเสียใจด้วยครับ… T_T

  4. 2 นาฑีบางลำพู นี่เป็น 1 ใน 18 เล่มสุดท้ายของงานอาว์\’รงค์ที่ผมยังไม่มีครับ สนใจขายต่อผมไหมครับ 100 บาทไทย

  5. โห สำนวนเจ้าของบล๊อคเป็นการคาราวะผู้จากไป ได้อย่างสวยงามจังค่ะเคยอ่ายบ้าง แต่ยากที่จะเข้าใจ เดี๋ยวไปอ่านใหม่สงสัยว่าคนข้างล่าง กำลังจะขอปล้นนะคะ 2 นาฑีบางลำพู ในราคา 100 บาทฉันให้ 120 ค่ะขายไหมคะ อิอิ

  6. เห็นสำนวนแล้ว วันนี้จะไปซื้อมาอ่าน เพราะสาภีไม่ให้ยืมขอบคุณชีวิต ที่มีแต่เรื่องดีดี จนถึงเรื่อง ระยำ!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s