23 ม.ค 2552

ในภาวะเศรษฐกิจ ดีใจหายยังงี้
ผมได้ยินข่าวคราวของเพื่อนร่วอมอาชีพและคนร่วมวงการเดียวกันมาไม่น้อย
บ้างล้มหายตากใจ
บ้างก็หอบความเจ็บช้ำจากเมืองใหญ่กลับไปบ้าน
 
จากปลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่มีเหตุการณ์ไม่สงบในประเทศสารขัณฑ์แห่งนี้
ป่วยการที่จะหาความผิดถูกหรือความเห็นชอบจากใครสักคน
เราก็ต่างยืนบนวิถีของเหตุผลในพรรคพวกของตนเอง
 
ในวันและเวลานี้ หลายๆอย่างย่ำแย่ หลายๆบริษัททยอยปิดกิจการและลดพนักงานกันอย่างน่าใจหาย
ในเย็นวันศุกร์ ผมพาตัวเองไปยืนอยู่หน้าบริษัทที่ให้โอกาสและชักนำผมมาให้มีที่ยืนอยู่บนหน้าที่การงานทุกวันนี้
โมเดลเน็ท เอเซีย (MNA)
 
หลังจากประชุมเสร็จ พี่แปม หนึ่งในผู้ก่อตั้งร่วมมากับพี่ปิ๊ก โทรมาหาผมเพื่อที่จะบอกว่าให้เข้ามาดู เผื่อมีของอะไรเอาไปใช้ได้
วันนี้คงเป็นวันสุดท้ายที่จะเคลียร์ออฟฟิษแล้ว
 
ผมกับพี่ม้อนท์ เราแวะเข้าไปนั่งคุยและรำลึกความหลังครั้งนานมากัน
ด้วยเพราะผมได้เจอกับเจ้านายคนนี้ในทุกวันนี้ เพราะพี่ปิ๊คกับพี่แปม
ทั้งสองคนออกมาจากโอกิลวี่ ออกมาตั้งบริษัทนี้ยาวนานมาจนถึงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
 
พี่ปิ๊ค ถือเป็นคนเก่งมากคนนึงในชีวิตผม ทุกๆการทำงานและทุกๆคำถามของพี่ปิ๊ค เปรียบเหมือนทอง
ทองที่นับวันผ่านไปจะยิ่งมีค่ามากขึ้นเรื่อยๆ
หลายๆคนกลัวพี่ปิ๊คเพราะแกดุอารมณ์ร้ายและใจร้อน แต่ทุกวันนี้แกเป็นคนยิ้มง่ายและสบายใจ
ในความดุและใจร้อน(สมัยก่อน) ผมเป็นไม่กี่คนที่พี่ปิ๊คยอมฟังและไม่เคยปล่อยให้ตัวเองอารมณ์เสียกับคำสอนของพี่เขา
พี่ปิ๊คทำงานโปรเจคใหญ่ๆทั้งในและนอกประเทศมานับไม่ถ้วย ในนาม MNA
 
ผมยืนมองห้องที่หลายๆคนเคยเดินเข้าเดินออก
ผมนึกถึง คม น้องที่ไม่ว่ามันจะโดนให้ใช้มาคุยงานกับผมที่ไหนเมื่อไหร่ เราต้องจบด้วยการนั่งเล่นวินนิ่งด้วยกันทุกครั้งไป
ขนาดว่ามันมารับ presentationที่สำคัญอย่างยิ่งยวด มันยังนัดเจอหน้าตู้เกมส์เลย
 
 
ผมนึกถึงวันที่เลี้ยงส่งพี่แปมไปเมืองนอกเพราะพี่แปมต้องตามไปคอยดูแลสามีและลูกๆที่นั่น
ผมถูกร้องขอให้ปลอมตัวเป็นพี่บอย โกสิยพงษ์ เพราะพี่แปมชอบพี่บอย มากกก
เพลงลมหายใจขึ้น พร้อมไฟที่ถูกปิดมืด ความอ้วนก็มาใกล้ๆกันแล้วนี่ เนียนซะสิ
และคืนนั้น ทำให้ผมเจอพี่ม้อนท์ เจ้านายในทุกวันนี้
 
ผมนึกถึงบรรยากาศที่ เวลาย่างเท้าเข้าไป ถ้าพี่ปิ๊คอยู่ ทุกคนจะไม่ค่อยเสียงดัง
แต่ผมมักจะเข้าไปพร้อมเสียงโครมครามและไม่ค่อยสนใจ อารมณ์เกรี้ยวกราดของพี่ปิ๊คนัก
และพี่ปิ๊คมักจะหันมายิ้มแบบเสียไม่ได้ หรืออารมณ์ประมาณว่าไปมันก็ไม่รู้สึก(55)อะไรประมาณนั้น
ไม่มีอะไรหรอกครับพี่ ผมก็แค่ไม่อยากให้พี่เครียด
 
เรานั่งรำลึกความหลังกัน โดยที่ไม่มีพี่ปิ๊ค ในเย็นวันนั้น
 
ในความเป็นจริงแล้ว ชื่อบริษัทก็ยังคงอยู่ แต่กิจกรรมที่เคยทำก็ลดบทบาทลงไป
 
ผมนึกเสียดายหลายๆความคิด
หลายการทำงานที่เป็นไอเดียดีๆในวงการโฆษณาและอีเวนท์
 
เราต่างก็มีทางที่เลือกเดินแตกต่างกันไป
ในวันที่เงินตกและด้อยค่ามาก
ผมกลับรู้สึกได้ถึงความสุขที่เราได้นั่งคุยกัน กับพี่ๆในเย็นวันนั้น
ไม่มีเรื่องลูกค้า ไม่มีเรื่องงาน
 
มีแต่เรื่องทางบ้านของแต่ละคน เรื่องที่ทำให้เราหัวเราะ และนึกถึงกัน
 
มันก็ไม่ได้หดหู่หรือเศร้าสร้อยอะไร เพราะเราเองต่างก็รู้ว่า เราเลือกทางเดินที่จะไปด้วยตัวเราเอง
 
ผมนั่งนึกทบทวนว่า ทำไมผมถึงไม่กลับไปทำงานเอเยนซี่ใหญ่ มีอะไรต่างๆรองรับมากมาย
มีอนาคตที่พอคาดหวังได้ มีโบนัสให้ชื่นใจพอมีเงินไปทำอะไรต่อ
หลายๆครั้งที่โดนทาบทามทั้งต่อหน้าและลับหลังเจ้านายอย่างพี่ม้อนท์
 
ผมนึกถึงตอนที่พาตัวเองออกมาจากเอจนซี่ญี่ปุ่นยักใหญ่ที่มีโบนัส การันตี 6 เดือน รอท้าทายอยู่
ตำแหน่งซีเนีย ครีเอทีฟที่ยังไงซะก็มีอนาคต
 
ผมจำอะไรได้ไม่มากนักในตอนนั้น
แต่ผมกลับจำวันที่ระหกระเหเร่ร่อนออกมาเป็นฟรีแลนส์ จนมาเจอพี่ๆที่ MNA แห่งนี้
จนมาเจอ บริษัท แอบโซลูท เอนเตอร์เทนเมนท์แห่งนี้
 
ที่นี่ ไม่ได้มีเงินทองมากนัก ไม่ได้มีโบนัส
มีแต่ความสนุกและความสุขทุกๆครั้งที่เดินเข้าออฟฟิษ
 
ผมไม่รู้ว่าการมีโบนัสมันมีความสุขยังไงผมจำไม่ได้ ไม่ได้มีมานาน
บางคนยอมทุกข์ทรมานทั้งปีเพื่อโบนัสปลายปี
ที่คงดีกับอนาคตของตัวเขาเอง
 
แต่ผมเลือกเส้นทางนี้แล้ว เส้นทางที่มีโบนัสในการทำงานทุกนาที
เส้นทางที่ในวันนี้อาจจะยังไม่รู้ถึงวันพรุ่งนี้ ในสภาพเศรษฐกิจอย่างนี้
แต่ผมเป็นคนที่เชื่อว่า ถ้าวันนี้เราทำเต็มที่ พรุ่งนี้มันไม่เลวร้ายไปกว่านี้หรอก
 
ผมรู้แต่ว่า ทั้งหมดของทุกวันในปีหลังมานี่ มันดี และดีมากๆ ในทั้งหมดการทำงานที่มี 
 
ผมนึกย้อนกลับไปในวันแรกๆที่เจอกันของพี่ๆในกลุ่มนี้
ทางที่พวกเราเลือกเดินกลับมีความสุขดีๆ
ถึงจะไม่มาก แต่มันก็มี
 
ไอ้คำว่า"มี"นี่ มันมากกว่าโบนัสหกเดือนที่ใครๆเขาได้กันอีกนะ ในนาทีที่เศรษฐกิจโหดร้ายแบบนี้
 
คำว่ามี เป็นคำที่อธิบายไม่ได้เป็นตัวเลขในบัญชี
 
คำว่าขอบคุณที่ผมระลึกถึงพี่ปิ๊คกับพี่แปม MNA มันก็ไม่รู้จะแปลให้เป็นตัวเลขในบัญชีได้สักเท่าไหร่
ผมนึกจำนวนตัวเลขไม่รู้จะทดไปถึงกี่หลักได้
 
"แกไม่มีทางเป็นครีเอทีฟได้ป๊อป ถ้าแกใจแคบและโลกแคบ แกมีทุกอย่างแต่แกต้องเห็นโลกให้กว้างนะป๊อป"
คำพูดนี้ของพี่ปิ๊ค มันติดตัวผมไปทุกวันและทุกนาทีจริงๆ ขอบคุณพี่ครับ
 
ผมนึกถึงเพลงเพลงนึงที่บอกถึงความสุขในวันนี้ของ พี่ปิ๊ค พี่แปม และอาจจะรวมถึงตัวผมไว้ด้วยคนก็ได้
เป็นเพลงที่มีความหมายดี
หลับตาเห็นภาพการทำงานเก่าๆ ก็คงต้องช่วยกันร้องเพลงนี้
 
โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย " I did it my way "
 
 
 

เนื้อร้อง /  Paul  Anka

ขับร้อง /  Frank  Sinatra

And now, the end is near;
And so I face the final curtain.

My friend, Ill say it clear,
Ill state my case, of which Im certain.

Ive lived a life thats full.
Ive traveled each and evry highway;
And more, much more than this,
I did it my way.

Regrets, Ive had a few;
But then again, too few to mention.
I did what I had to do
And saw it through without exemption.

I planned each charted course;
Each careful step along the byway,
But more, much more than this,
I did it my way.

Yes, there were times, Im sure you knew
When I bit off more than I could chew.
But through it all, when there was doubt,
I ate it up and spit it out.
I faced it all and I stood tall;
And did it my way.

Ive loved, Ive laughed and cried.
Ive had my fill; my share of losing.
And now, as tears subside,
I find it all so amusing.

To think I did all that;
And may I say – not in a shy way.
No, oh no not me,
I did it my way.

For what is a man, what has he got?
If not himself, then he has naught.
To say the things he truly feels;
And not the words of one who kneels.
The record shows I took the blows –
And did it my way.

……………………………………………
มาถึงตอน ชีวิต ใกล้ปิดฉาก                 จะขอฝากบทสุดท้าย สหายเอ๋ย
ว่าร้อนหนาว เราผ่าน นานแล้วเอย          จึงขอเอ่ย เล่าความ ตามเป็นมา
ว่า………ฉันมี ชีวิต เต็มพิกัด                 สารพัด ทางเที่ยวไป ไม่กังขา
ตามหาฝัน อันยิ่งใหญ่ ไม่คลาดคลา        ที่เลอค่า คือ…….ทางฝัน ของฉันเอง
เรื่องเศร้าใจ เสียใจ ก็มีบ้าง                   ไม่เข้าข้าง ว่าฉัน นั้นถูกเผง
คิดว่าถูก ก็ทำไป ไม่หวั่นเกรง                ใช่อวดเก่ง แต่กล้า มานะทำ
ถึงจะได้ ไตร่ตรอง มองก่อนเดิน             หากบังเอิญ พลั้งผิด ก้าวถลำ
ก็ถือเป็น บทเรียน เพียรจดจำ                 สตินำ ตั้งต้นใหม่ ไม่มัวคอย
มีบางครั้ง เหนื่อยใจ ในอุปสรรค              แต่ไม่พัก เผชิญหน้า หรือล้าถอย
เมื่อเกินปาก ก็ขากทิ้ง ไม่สำออย             ไม่นึกน้อย ใจใคร ในชะตา
เคยมีรัก เคยมีร้าง บางครั้งสุข                 บางครั้งทุกข์ บางครั้งหม่น ปนหรรษา
ธรรมะสอน ให้เห็น เป็น อนัตตา               เวทนา ตรองอีกที ไม่มี เป็น
เกิดเป็นคน อย่างนี้ ไม่มีค่า                      คือไม่กล้า พูดและทำ ตามที่เห็น
เป็นหุ่นให้ กิเลสเชิด เกิดกรรมเวร             จึงขอเน้น ….(ฉันได้เดินไป)..ทางฝัน ของฉันเอง.
 
ผมชอบคำแปลบทนี้ ของคุณ R Joke @ 24 มิ.ย. 2551 เวลา 01:51 น
จากบอร์ดแห่งนี้ ถึงไม่ตรงทุกความหาย แต่ได้ตามภาพในใจมากๆ
 

6 responses

  1. เขียนดีจัง เงินซื้อไม่ได้ทุกสิ่ง ยิ่งในภาวะแบบนี้ เงินซื้อความสขไม่ได้จริงๆค่ะดูคุณเจ้าของเสปส ก็มีแนวทางของตัวเองมานานแล้วนี่คะฟังเพลงนี้ วันนี้ รู้สึกดีจัง

  2. ขอไว้อาลัยให้กะบริษัทที่ปิดกิจการ และขอเป็นกำลังใจให้คนตกงานทุกคนค่ะ สู้ๆ ^^v

  3. "ไอ้คำว่า"มี"นี่" อ่านไปอ่านมา มันพ้องกับ "มี "หนี้"" นะครับ 555

  4. อ้อ ผมไม่รู้ว่าพี่รู้หรือเปล่าว่า เพลง My Way นี่เพลงประจำตัวของคุณปอม (AKA พ่อทูนหัวของพี่โต้ง) เลยนะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s