แด่เพื่อนผู้หิวโหย

 
 
ฟิ้นจากอากรป่วยไข้
ชีวิตก็มีพลังกลับมาอย่างไม่น่าเชื่อ
 
แต่ที่ไม่น่าจะเชื่อก็คือเรื่องต่อไปนี้
 
ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนที่ร่ำเรียนด้วยกันมาสมัยยังเป็นวัยรุ่น
อาศัยว่าบ้านยังอยู่ในละแวกเดียวกัน  ก็เลยยังพบปะพูดคุยและยังพอลุยกันได้อยู่
สมมุติว่ามันชื่อเอ๋
เอ๋โทรมาหาในบ่ายวันเหงา บอกว่า คราวนี้เป็นโสดตจริงจังซะทีแล้ว
พาไปเที่ยวหน่อยดิ กูอยากเที่ยว
 
ชีวิตแต่งงาน 10 กว่าปีของเพื่อนจบลงยังงี้ เพื่อนขอทั้งที ถึงไม่ค่อยจะรัก แต่ก็จัดให้
เลยโทรหาเพื่อนอีกคนที่อยู่ละแวกไม่ไกลกันมาก สมมุติว่าชื่อป๊อก
 
ป๊อกถามว่า ไอ้เอ๋มันเป็นเหี้ยไรวะ เอาๆๆๆ เราไปกับมัน แล้วมันอยากไปไหนล่ะ
คราวที่แล้วไม้เอก หมดไปเกือบหมื่น แม่งเรียกน้องเขามานั่งดูเฉยๆ ไม่ทำห่าไรเลย
ป๊อกบ่นเสียดาย ถึงคราวโน้นที่เอ๋ร่ำร้องอยากเที่ยว
 
คราวนี้ไปไหน… ถามคล้ายๆว่าตายแล้วไปไหน อะไรยังงั้น
 
ทุกคนมาพบอเจอกันที่บ้านผมซึ่งมันมักจะมานัดเจอกันก่อน
ไปรถเอ๋คันเดียว
คำถามเดิม คราวนี้ไปไหน
 
วนไปวนมาเลียบทางด่วนอยู่3-4 รอบ จนผมตัดสินใจว่า เอ่อ่ มึงสองคนน่ะ สักที่เถอะ !!!
 
ป๊อกบอก เอางี้ เราไปหาที่นั่งคิดก่อน เดี๋ยวอย่างอื่นค่อยว่ากัน
ป๊อกบอกสถานที่ที่เราจะไป ให้เอ๋ไปจอดรถ แล้วก็เดินเข้าไป
 
ผมยืนมองสถานที่แบบ งงงง เออ ผ่านมาก็หลายที่ วนไปวนมาแถวนี้ ไม่ยักกะเคยจอดดูสักที
 
ป๊อกเดินนำหน้าเข้าไป เสียงพนักงานต้อนรับทักทาย คล้ายๆว่าจะมาบ่อยนะเนี่ย
ป๊อกเลือกที่นั่ง ที่สบายตา วิวกว้าง และก้เห็นอาหารชัดเจนนนนน!!!
 
เอ๋กับผมเดินตามเข้ามาร้องแทบจะพร้อมกันว่า ไอ้เหี้ยยยยย
มึงนั่งหน้าตู้เลยเหรอ สาดดดดดดด
 
ป๊อกตอบกลับมาว่า เอ๊ามึงไม่รู้จะไปไหน ไอ้ป๊อปก็อยากแดกเบียร์ กูก็พามานั่งคิดก่อน
เราสามคนหัวเราะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
 
เอ๋บอก ไอ้เหี้ยนี่มันเข้าใจเลือกที่
 
เราก็นั่งกินไปดูไป
น้องๆในชุด บิกินี่ ก็เดินเข้าเดินออก ภายในตู้กันอย่างคึกคัก
เหล่าชายไทยใจกล้าทั้งหลายก็มากันเต็มเลย
 
ผมนั่งมองไปทางโน้นที ทางนี้ที คนนั้นก็ดี คนนี้ก็น่ารัก เราพูดคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้กัน
ถามถึงปัญหาชีวิตของกันและกัน โดยที่สายตาไม่ได้มองกันเลยยยยยยยยย
 
จนเบียร์หมดสองขวด ป๊อปถามว่าเอาไง มึงคิดกันออกยังว่าจะไปไหน
มึงวนไปวนมาจนจะสามทุ่มแล้วนะ
 
เอ๋ บอกว่า เออที่นี่ก็ดีนะ สภาพมันเหมือนคนเมาบรรยากาศ เพราะเหล้าไม่กิน แต่หน้าตาปริ่มๆพิกล
ผมตัดสินใจถามว่าเอาไง พรุ่งนี้กูทำงานนะ มึงพึ่งเลิกกะเมียมา ตัดสินใจซะ จะได้จบ
 
เอ๋พูดดังๆว่า โอเค เราไปกันเลย
เด็กเชียร์แขกเดินเข้ามา ถามว่า พี่ชอบเบอร์ไหนครับ
 
เอ๋หันไปมองหน้าเด็กแล้วบอกว่า…
 
เดี๋ยวพี่จะไปกินข้าวต้มกันน่ะ ร้านตรงฝั่งโน้น พี่ไม่เที่ยวหรอก
 
พูดเสร็จ ผมกับเอ๋ ก็เดินออกมา ทิ้งป๊อกไว้รั้งท้ายเพื่อให้มันร่ำลากับบรรยากาศเอาเอง
 
 
ระหว่างที่นั่งกินข้าวต้ม ผมถามเอ๋เพื่อนรักว่า
ทำไมมึงไม่คิดวะว่ากินข้าวต้มแต่แรก
 
เอ๋ตอบมาแบบน่าเอาหน้าสัมผัสเบาๆที่ส้นเท้าว่า
 
กูเห็นนมน้องเขาแล้วหิวข้าวว่ะ แม่งกูเห็นต้มยำหม้อไฟลอยมาเลย
 
ป๊อกส่ายหน้าแบบระอา
ส่วนผมก็สั่งกะเพาไข่เยี่ยวม้าเพิ่ม
 
ไอ้เหี้ย นี่ถ้ามึงอยากแดกกุนเชียง มึงต้องไปถึงสีลม ซอย 4 เชียวนะไอ้เอ๋
ผมเปรยแบบปรามเพื่อนไว้
 
เอ๋บอก ไม่เป็นไร ยังไงกูก็ชอบต้มยำหม้อไฟ
และต่อจากนี้ไป ถ้านัดเจอกัน ให้มาเจอกันหน้าตู้นี้เลยนะ
 
แล้วเราก็หัวเราะราน้ำกันไป
 
อย่างน้อยในวันที่มันเหมือนไม่มีใคร มันก็ยังมีเพื่อนร่วมโลกนั่งกันเต็มตู้ไว้เป็นเพื่อน ก่อนพวกกูมาใช่ไหม
 
มันบอกว่าใช่
พอพวกมึงมา เราก็มาแดกข้าวต้มกันเหมือนเดิมไง…
 
อืม…เข้าใจ เพื่อน กูเข้าใจ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

5 responses

  1. 5555 ตลกดี
    ขึ้นต้นอย่างเร้าใจ แต่ไปจบกันที่ร้านข้าวต้มง่า…
     
    ว่าแต่ร้านข้าวต้มแน่นะคะ

  2. อ่านละดีนะ กะความสัมพันธ์แบบเพื่อน
     
    ติดอยู่นิสสสสส  ทำไมต้องสมมุติอ่ะคะ ^^"

  3. อาไร๊… เพื่อนอกหัก กลับพาไปนั่งดูปลาทอง

  4. อ่านไปอ่านมาเริ่มงง…
    สรุปว่า…เอ๋…นี่เพื่อนรัก…หรือว่าไม่ค่อยรักกันแน่?
    ว่าแต่…เห็นนมแล้วนึกถึงหม้อไฟ?
    นมมันทำไม? มันใหญ่…มันเร่าร้อน…มันเผ็ด…หรือว่าอะไร?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s