ใครบางคนถามผมว่า

ใครบางคนถามผมว่า
เขาควรหยุดทำงานแล้วไปเมืองนอกสักสองปี ไปเอาภาษาดีไหม

ผมตอบว่าดี ไปเหอะ แต่อย่าไปเอาภาษาอย่างเดียว ไปเที่ยวไปเห็นโลกด้วย
แต่อย่าคิดว่าได้ภาษาแล้วดีนะ ผมเห็นคนไปเมืองนอกกลับมาแล้งโง่ก็มากอยู่
ภาษาห่วยก็หลายคน มันวัดผลไม่ได้

 

ใครคนนั้นเล่าความฝันให้ผมฟังต่อว่า จริงๆก็ไม่ได้อยากไป
แต่อยากได้ภาษาเพราะว่า ถ้าได้ภาษาก็จะได้งานแยะขึ้น เจรจาได้มากขึ้น

ผมก็เลยถามว่า จริงๆอยากทำอะไร
ใครคนนั้นบอกว่า อยากเปิดร้านอาหาร ชอบทำกับข้าว

ผมก็เลยมางงว่า แล้วไปเมืองนอกทำไมก็เปิดร้านอาหาร หรือไม่ไปเรียนทำกับข้าวสิ

 

ผมชอบกินเสต็ก ผมยังไปหาตำราทำเสต็กมาอ่านเลย (อย่าถามว่าอร่อยไหม ทำแล้วยังไงก็ต้องกิน)
 
ผมเลยบอกใครคนนั้นว่า จะทำอะไร จะไปที่ไหน ตอบตัวเองให้ได้แล้วกันว่าทำไปมันใช่ไหม แล้วทำไปเพื่ออะไร
 
จริงอยู่ว่าในวันนั้น ผมอาจจะแก่เกินกว่าจะอ่อนไหว และคงอายุมากเกินไปที่จะฝัน
ใครคนนั้นบอกกลับมาว่า ใครจะโชคดีเหมือนผม รู้ว่าชอบอะไร และก็ได้ทำงานอย่างที่ตัวเองชอบ
 
ผมตอบปล่าวเลย ทำไมทุกคนถึงบอกว่าผมโชคดีนะ
ผมไม่ได้โชคดีเลย ออกจะโชคร้ายด้วยซ้ำในการทำงานแต่ละที่
ผมทิ้งสิ่งที่เรียนมาตลอดเกือบสิบปี แล้วหันหลังให้อาชีพตกแต่งภายใน
ผมเล่าให้ใครคนนั้นฟังว่าลำบากแค่ไหนในการเปลี่ยนสายงาน
ผมต้องมาเริ่มที่ศูนย์ ในการจะทำอาชีพใหม่ ไม่มีเครดิต ไม่มีอะไรเลย
มีแต่ใจกับความเชื่อที่ว่าผมทำได้
 
จนมาทำกราฟิค เพราะผมเห็นว่า คนจบตกแต่งมาทำกราฟิค ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย
ยังไม่มีคำว่าโชคดี ตกงานก็บ่อย เปลี่ยนงานก็ไม่น้อยกว่าจะเจอที่ที่เขาเชื่อว่าผมทำได้
จากกราฟิค จะเปลี่ยนจากคนทำมาเป็นคนคิด ก็ไม่ง่ายอีก มันข้ามชั้นเกินไป ไม่มีอะไรที่บอกเลยว่าผมจะคิดได้

ก็เหลือแต่ความเชื่อติดตัวไปเท่านั้น
พอได้งานจริงๆ ก็กลายเป็นว่าผมก็ไม่ได้โอกาสพิสูจน์เท่าไหร่ เพราะบริษัทที่เข้าไปก็ดันมีปัญหา

พอได้เข้าบริษัทใหญ่จริงๆ มีโบนัสหกเดือนเป็นอย่างต่ำรออยู่
ผมก็รู้สึกว่าวันเวลามันเปล่าประโยชน์ เพราะเขาจ้างมาให้คิดงานครั้งเดียวใช้ทั้งปี
ชีวิตผมไม่น่าจะเบาโหวงกับรายได้และเงินเดือนขนาดนี้
 
หรือว่าเราต้องพิสูจน์ตัวเองก่อน หรือว่าผมต้องเชื่อในสิ่งที่ตัวเองมีก่อน

ผมเล่าให้ใครคนนั้นฟังว่า หลายครั้งผมก็ไม่แน่ใจว่าผมเชื่อผิด หรือว่าอวดดีไปไหม
ทำไมคนอื่นเขาถึงอยู่กันได้ แล้วทำไมผมกลับรู้สึกอย่างอื่นอีกมากมาย

 

ผมตัดสินใจอีกอย่างด้วยการหันหลังให้บริษัท ออกมาเผชิญโชค ด้วยการเป็นฟรีแลนส์
เสี่ยง และ ไม่รู้อะไรเลย ที่สำคัญ ลุ้นทุกเดือนเหมือนกัน
 
แต่สิ่งที่ได้กลับมา มันคุ้ม มันภูมิใจ มันมีความสุข
ผมได้แสดงความสามารถเต็มที่กับเอเยนซี่หลายแห่ง ในหลายๆด้านที่ผมมีเหนือกว่าคนอื่นในการห้อยท้ายวิชาชีพเดียวกัน
 
ผมทำมัลติมีเดียได้ ทำกราฟิคได้ 3D พอได้
เขียนก๊อปปี้เองได้ ถ่ายรูปเองได้ ไม่ใช่เพราะผมโชคดี

แต่จากการเปลี่ยนงานมาในหลายที่ ตกงานหลายครั้ง โดนด่าจนเสียสติไปก็มี
สิ่งเหล่านี้มันสอนให้เราต้องแตกต่างและทำได้

 

ผมเล่าให้ใครคนนั้นฟังว่าในการเสี่ยงโชคของผม พาผมไปเจออะไรบ้าง
มีทั้งผลงานระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับโลกที่ฝรั่งหลายคนเห็น (อันนี้โม้…55)
เพียงแต่หลายครั้งผมไม่ได้เล่าให้ใครฟังนอกจากแม่
 
ผมเพียงแต่จะบอกว่า ถ้าเราทำ มันไม่มีอะไรไกลเกินฝันหรอก
ผมก็ลองมาตั้งหลายอย่างกว่าจะเจอสิ่งที่ชอบและคิดว่าใช่
ที่สำคัญว่าใจสู้รึเปล่า ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ แต่เราก็พร้อมจะสูญเสียมันไปอย่าง่ายดายเช่นกัน
โอกาสมีสำหรับคนทุกคน แต่มันไม่ได้มาทุกครั้ง
 
ผมจำได้ว่า ตอนผมตัดสินใจกระโดลงจากรถไฟเส้นทางสายงานประจำ ไม่มีบาดแผลฟกช้ำ
แต่ตอนผมเดินหาทางที่จะไปต่อ มีบาดแผลบ้าง แต่ก็ต้องเดิน
เหนื่อยบ้างแต่ก็ต้องไป
 
ชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะมานั่งถอดถอนใจไปวันๆ

ในวันที่แก่เกินจะฝัน
ผมยังฝันเห็นตัวเองมีที่สักผืนที่เชียงใหม่ มีโรงแรมเล็กๆไว้เก็บเงินในบั้นปลาย
ว่างๆก็ลงมากรุงเทพบ้างหาเพื่อน หรือไม่ก็ปิดโรงแรมสักสองวันเพื่อให้เพื่อนที่กรุงเทพ ขึ้นไปเลี้ยงรุ่นบนนั้น
 
แต่ทั้งหมดนั้น อาจจะมีหรือไม่มีไม่รู้
แต่ผมเป็นคนฝันแล้ว ก็มักจะลองทำดู
 
ลองทำดูดิ
 
ผมบอกใครคนนั้นไปแบบนี้
ในตอนท้ายที่คุยกัน ในวันโน้นนนน
 
 
 

4 responses

  1. มีคำถามเดียวว่า…. ใครคนนั้นคือใครครั๊บ!

  2. สงสัยเหมือนกันครับ ว่าใครคนนั้นเป็นใครกัน?
    แต่ที่ฟันธงก็คือ เค้าต้องเป็น ญ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s