ศาสนา

หลังๆมานี่ ผมได้ยินว่าศาสนาเสื่อมลงไปแยะ
ศาสนาจะสูญหาย ศาสนาจะคลายความศักดิ์สิทธิลง
 
ยิ่งหลังจากมีกรณีวัดใหญ่แห่งหนึ่งมีการทอดกฐิน และทำบุญไก่ย่าง!!! ออกมาให้เห็นเป็น FW mail
โอ้ว มายพระพุทธเจ้า…
แม้แต่ไก่ตายไปแล้วยังได้บุญกุศลเลย แล้วคนอย่างเราล่ะ
 
ผมเป็นพุทธศาสนิกชนคนนึง ที่ยึดถือศาสนาพุทธเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ
หาได้นำมากราบไหว้ให้มันศักดิ์สิทธิไม่
 
คำสอนของระพุทธเจ้าก็ยังคงเป็นปรัชญาและหากเข้าใจว่า
การให้คือสุข ทุกข์เกิดที่ใจ
หากแต่คนที่นำเอาคำสั่งสอนต่อๆกันต่างหากที่ทำให้คำสอนบิดเบือนไป
 
ลองย้อนกลับไปดูแก่นของศาสนา ในยุคเริ่มต้น เราไม่เคยมีเครื่องรางของขลัง
เราต่างนับถือในคำสอนและการปฏิบัติตนอันไม่ก่อให้เกิดการเบียดเบียนแก่ผู้ใด
พูดง่ายๆก็คือการให้คือสันตินั่นล่ะ
 
ย้อนกลับมาเมื่อคำสอนของศาสดาถูกใส่ความเชื่อเข้าไป
ความเชื่อนั้นมักแปรไปตามสถานภาพของผู้นำพาและพบเห็น
เมื่อมีการตีความคำสอนในความหมายที่ต่างกัน ในหลายๆที่จึงเกิดลัทธิและการตีความหมายใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย
 
หากแต่แก่นแท้ของคำสอนล่ะ มีใครยังจำได้อีกหรือไม่
ทุกข์อยู่ที่ใจ การให้คือความสุข…
ศาสนาพุทธสอนให้รู้จักการให้ ให้แล้วก็จบหน้าที่การให้ อย่าได้ไปถามผลของการให้มันเป็นทุกข์
หากคนเราเข้าใจยังงี้ คนรักกันทั้งหลายก็น่าจะพึงใจจบลงที่การให้ความรักกับอีกคนโดยไม่หวังมรรคผล
หรือหากเขาไม่รับตอบแน่นอนย่อมเกิดทุกข์ ทุกข์อยู่ที่ใจ
คนไปถือศีล กินเจตามวัดทั้งหลายกลับมาก็ทุกข์เหมือนเดิมเพราะอะไร
 
เพราะทุกข์ไม่ได้อยู่ไหน มันตามเราไปวัด มันก็ตามเรากลับมาจากวัด หากเราไม่รู้จักเข้าใจและยอมรับ
 
คำสอนของศาสดายังคงอยู่ เพียงแต่ผู้นำคำสอนมา อยากจะเป็นผู้คงอยู่ด้วย
เราจึงเกิดคำสอนอันหลากหลาย
 
พระพุทธเจ้ามีองค์เดียว ปราชญ์ที่ชื่อสิธทัตถะ ก็มีองค์เดียว
 
ไม่ว่าใครจะบอกว่าศาสนาเสื่อมลงแค่ไหน ผมเชื่อว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ได้เปลี่ยนไป
คนที่นำมันมาใช้ต่างหากที่นำมาใช้ในทางที่ผิด
 
ผมเขียนเพราะความเชื่อว่า ทุกศาสนาสอนให้รู้จักการให้เหมือนๆกัน
คงไม่มีศาสนาไหนสอนให้ทำร้ายกัน สอนให้คนไม่เคารพกัน
 
หากมีนั่นเราไม่เรียกว่าศาสนา เราเรียกสิ่งเหล่านั้นว่าลัทธิ
 
ลัทธิที่ไม่มีวันยกตัวเองขึ้นมาเป็นศาสดาแห่งโลกใบนี้ได้
 
ผมเขียนแบบคนที่เข้าใจศาสนาแบบธุลีดิน เพราะว่าผมยังไม่เคยบวช
และผมก็เถียงกับแม่มาตลอดว่า
ผมไม่อยากบวช เพียงเพราะว่าบวชแทนคุณ 7 วัน
การบวชยังงั้นไม่ได้ให้อะไรกลับคืนแก่ตัวผมเองเลย แล้วความหมายที่ว่า บวชเพื่อทำนุบำรุงศาสนาล่ะ จะได้ไหม
หากแต่ถ้าผมจะบวช ผมจะบวชเพราะอยากรู้ว่า พระพุทธเจ้าท่านค้นพบอะไร
ผมอยากจะรู้ว่า สิ่งที่ท่านพุทธทาส กล่าวเป็นปรัชญาไว้ในสวนโมกข์ มันจริงไหม
 
สุดท้ายเป็นความคิดในใจเสมอว่า
ศาสนาไม่เคยเสื่อม อีกสิบอีกร้อยปี สิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบก็จะยังคงอยู่
 
คนต่างหากที่เสื่อม
ทุกครั้งที่ก้มลงกราบ
ผมกราบไหว้พระพุทธเจ้า
ไม่ได้กราบไหว้พระพุทธรูป หรือเครื่องรางของขลังใดๆทั้งสิ้น
 
เราสมมุติพระพุทธรูปให้เป็นแค่ตัวแทนพระพุทธเจ้ามิใช่หรือ
เหตุไฉนคนเราถึงยึดติดกับสิ่งสมมุติได้มากมายขนาดนี้
เราร้องขอโชคชะตาจากพราะสงฆ์องค์เจ้าไม่ได้หรอก
 
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
 
เรียบง่าย มั่นคง และดำรงค์ไว้ซึ่งชีวิตจริงๆกับคำคำนี้
 
 
 
 
 
 
 

7 responses

  1. … สาธุ… แปลกมั๊ย? ถ้าจะบอกว่าคิดเหมือนกัน… เวลาคน(ที่สนิท)ถามบอลว่านับถือศาสนาอะไร?… บอลก็จะตอบไปว่า… ไม่ได้นับถือศาสนาอะไร แต่นับถือคำสอนแบบพุทธ… แต่ก็บอกอย่างนี้กับทุกคนไม่ได้นะ … เพราะบอลว่าคนรอบตัวบางคนมันแคบไปอ่ะ… : (

  2. อะทินนาทานา เวระมนี สิกขาประทังสมาธิญามิ   สาธุ
    ชาติหน้าถ้าต้องเกิดมา  ขอให้พี่ป็อปหล่อ แบบว่ารายทางทีเถิด  

  3. สาธุ…
     
    แล้วก็อย่าลืมไปถวายส้มตำด้วยล่ะ
    เดี๋ยวขึ้นสวรรค์ไปแล้วไม่มีสร้อยสังวาลย์ใส่ประชันเทวดาท่านอื่นไม่รู้ด้วยนะเออ

  4. สาธุ กันหมดเลย55
    จริงๆถ้าคิดด้ขนาดนี้อย่าไปบวชเลยค่ะ
    เดี๋ยวจะไปอบรมพระที่แก่พรรษากว่าเข้าเอา
    เสปซนี้มีครบทุกรสชาดมากมาย จริงๆ

  5. ว่าแล้วไปปฏิบัติกิจผิดศีลกันไหมละครับพี่ ข้อไหนก็ได้ แต่ข้อ 3 กับ 5 นี่ Recommended 55

  6. เห็นด้วย คนมันเสื่อมเจงๆ และทุกอย่างอยู่ที่ใจคนเราเท่านั้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s