โชคดีฉิบเป๋ง

ระหว่างที่คิดงานไม่ออก
เดินวนเวียนเป็นเจ้าเข้าอยู่ที่ เจ อเวนิว แจ้งวัฒนะ
ก็ให้เกิดเหตุที่เป็นอัศจรรย์ยิ่งนัก เจอหน้าน้องคนนึง ตัวใหญ่ๆ ไว้ผมแบบจอมยุทธ
คือเกล้าสูง หน้าตาและรูปร่างเหมือนฟัคกลิ้ง ฮีโร่ของก้านคอคลับ (คนที่ตัวอ้วนๆ)
เลยเดินเข้าไปเขย่าตัวมัน แล้วบอกว่า เฮ้ยเดียวจำพี่ได้ไหม มันยกมือไหว้ งงงง
บอกว่าจำได้ครับพี่ พี่มาทำห่าไรแถวนี้ครับ
เออ..เอาบุหรี่มาดูดตัวนึง ขอบใจมึงมากกูคิดงานออกแล้ว
เห็นหน้าผมเนี่ยนะพี่…
เออ เห็นมึงนี่ล่ะ ไอ้ห่า โหย กูคิดแทบตายคิดไม่ออก…
………………………………………………………….
 
ด้วยเหตุที่ผมถูกของร้องแกมบังคับหรือจะเรียกว่าหน้าที่ของพี่ที่สนิทก็แล้วแต่
ต้องไปช่วยเหลือบริษัทของรุ่นน้องที่ชื่อ Phophet (ชื่อพระเจ้ามากๆ)
ที่ต้องเข้าประมูลงานแข่งกับอีกหลายๆเจ้า
จริงๆแล้ว เราก็พึ่งพาอาศัยกันมาหลายครั้ง
ส่วนใหญ่จะเป็นทางผมที่มักจะพึ่งพิงอ๊อบกับกานต์จาก Phophet คอยแก้ไขและรองรับปัญหาที่เกิดขึ้น
หลังจากผ่านกบาลครีเอทีฟอย่างผมออกมา
 
หลังจากนั่งคิดว่าเราจะพรีเซนท์งานยังไง ตีโจทย์ที่ลูกค้าให้มา
แล้วก็พยายามบอก Direction ที่ครีเอทีฟ อย่างผมพยายามให้น้องทั้งสองคนที่เป็น Designer เห็นไปในทิศทางเดียวกัน
เหลือโจทย์ข้อสุดท้ายที่คิดเท่าไหร่ก็ยังไม่ออกว่า เราจะเอาอะไรมาเล่นดีให้ลูกค้าตื่นตาตื่นใจ
จนผมไปเจอเดียวที่เขียนไว้ข้างต้น เดียวเป็น VJ ย่อมาจาก Visaul Graphic Jockey
 
งงล่ะสิ คือการเปิดแผ่นแบบ ดีเจ นี่ล่ะ แต่ว่า มันเจ๋งตรงที่ มันทำกราฟฟิค ประกอบจังหวะเพลงไปด้วย
เทพมากๆ
 
สิ่งหนึ่งของชีวิตการทำงานทุกวันนี้
โชคดีมากๆที่ได้เจอเด็กรุ่นใหม่ที่เก่ง และ มีความตั้งใจ
อย่างเดียวที่เป็น VJ ก็ลาออกจากงานประจำเพื่อมาทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และอยากทำ
เดียวตะเวณจัดปาร์ตี้ ในกลุ่มที่ชื่อว่า บอนไซ
เดียวเดินเข้าไปเคาะประตูขอสปอนเซอร์แบบ หน้าด้านๆ เมื่อครั้งจัดงานที่ bed seuper club
มันไม่สนว่าใครจะรู้จักมันไหม แต่มันจะทำ ก็ลุกขึ้นมาทำ
คนแบบนี้น่ากลัวมากในสายตาผม
 
อ๊อบกับกานเช่นกัน นี่ก็เป็นเด็กอีกสองคนที่มีแววว่า จะไปได้ไกลและเก่งในทางของตนเอง
หากสิ่งที่จะต้องปรับคือ Vision และ ความปราดเปรียวในวิธีคิด
เพราะฝีมือของสองคนนี้ ดีกว่าDesignerบริษัทใหญ่ๆหลายคนยิ่งนัก
 
วันพรีเซนท์ผมเป็นไข้ ไม่สบายแบบว่าถ้าปล่อยให้นั่งนิ่งๆจะหลับ
แต่ด้วยสปิริทต้องไป แต่การพรีเซนท์หลักๆ
คือกานต์ที่จะต้องอธิบายความเป็นมาเป็นไปของ ดีไซน์ต่างๆ
แต่ด้วยความที่กาน เป็นคนขี้อาย และ ความเป็นบริษัทใหญ่ของลูกค้า
จึงทำให้กานต์มันตื่นเต้นมากกว่าเดิมเข้าไปอีก
และระหว่างที่กำลังพรีเซนท์ กานมันก็หยุดพูดและหันมามองหน้าผมดื้อๆ ประมาณว่า
พี่เอาไง ไปต่อไม่ไหวแล้ว .ประมาณว่าสั่นกว่าคนเป็นไข้เสียอีก
อาการไข้ของผมแทบจะหายในบัดดล
จากที่เคยง่วง ก็กลายเป็นสดชื่น รื่นเริง บันเทิงกับลูกค้ามากๆ
จากที่ลูกค้าที่ทำท่าเฉยๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นเริ่มชอบ และก็แทบจะขอให้เราแก้แบบในทันที
(ครีเอทีฟเขาดีจริงๆนะเนี่ย)
หลัวจากนั้นเราก็ช่วยกันพรีเซนท์อย่างสนุกสนาน
พออกมาจากห้องประชุม ไข้ก็กลับมาแผ่ซ่านอีกครั้ง
ซึ่งตอนนั้นไม่มีใครสนใจผมแล้วเพราะว่า
ทุกคนกำลงตื่นเต้นกับการที่ลูกค้าชอบใจงานของเราอยู่
 
 
และนี่กระมังที่ยังทำให้ผม ยังสนุกสนานกับการทำงาน
ยังรู้สึกว่าโลกใบกว้างยังมีที่ว่างอีกแยะ
 
โลกที่เต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่
ที่พร้อมจะเกิดและผลักดันสังคมอันเส็งเคร็งนี้ไปอย่างเข้าใจ
 
ยอมรับอยู่อย่างว่า เวลาพวกเรารวมตัวกัน
ไม่ว่างานนั้นจะสาหัสแค่ไหน
สุดท้ายของการทำงาน
มักจะจบลงตรงความสนุกเสมอ
 
อันนี้ล่ะน่ากลัว
เพราะความสนุกที่ว่า มักจะนำมาซึ่งการปวดกบาลในภายหลัง
 
แต่อย่างน้อยแต่ละคนถึงแม้จะไม่รู้ที่มาแน่ชัดนัก
แต่ทุกคนมีที่ไปอย่างชัดเจน
และเห็นๆเลยว่า ไปที่ชอบ ที่ชอบ แน่ๆ
 
ปล.
แล้วงานที่เราพรีเซนท์ ก็เข้ารอบสุดท้าย สู้ตายเว๊ย ไอ้น้อง
แต่จะผ่านด่านนี้หรือไม่ สมองพี่คงตายไปแล้ว
 
 
 
 

6 responses

  1. พี่กินไข่ไหมผมมี หรือกินนม เพราะมีประโยชน์ต่อร่างกายครับ จาได้หายเร็วๆ ยังไงก้อ นัดไว้น่ะ สิ้นเดือนเพ่ แต่งตัวตามแบบนักร้องที่ชื่นชอบ เพื่อเป็นการฉลองชัยกับการหายป่วยของพี่ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันปล.หายเร็วๆน่ะค่ะ หนูเป็นกำลังใจห่างๆ เห็นงานเป็นลม เห็นนมแข็งทื่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s