ต่างบ้านต่างคนบนเฉลียง…เดียวกัน

ฉันยอมรับว่า…
ฉันโตมากับเพลงของเฉลียง
 
ย้อนกลับไป จำไม่ได้ว่าได้ยินเพลงของเฉลียงเมื่อไหร่ จำได้แต่ว่า ดูมิวสิค วิดิโอเพลงเร่ขายฝัน ทางช่อง 5
จำได้ว่า สนุกดี แปลกตา แล้วก็น่ารัก
จำได้ว่า จากนั้นก็ตามหา ตามฟังมาเรื่อย
 
ฉันเชื่อว่า เพลงของเฉลียงให้วันดีๆกับคนมากมาย
รวมทั้งฉันด้วย
เฉลียงถูกต่อเติมและเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามกาลเวลาและวัน
แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ เฉลียงก็ยังคงอยู่ตรงนั้น
ตรงที่ที่ฉันหรือใครหลายคนเดินไปนั่ง แล้วก็ฝันกันกลางวันแสกๆได้
 
เฉลียงทำความฝันให้เป็นเรื่องสนุก และความทุกข์ก็คือการไม่ได้ฝัน
เมื่อเหล่าสมาชิกเดินลงจากเฉลียงไป หลายๆคนในสมาชิกลงไปปลูกต้นฝันให้กับคนอื่นๆต่อไป
 
ฉันเดินตามไปทางพี่จุ้ย ไปอ่านหนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น
และก็ได้โบกรถจริงๆจังดังฝัน เพราะตอนปีสุดท้ายของการเรียน โดนย้ายให้ไปเรียนที่ คลอง6 ปทุมธานี วันไหนเลิกเย็นย่ำค่ำมืด
ก็ชักชวนเพื่อนๆที่ไม่ได้พักละแวกนั้น โบกรถเด็ก วิศวะ หรือไม่ก็อาจารย์บ้าง กลับเข้าเมือง
ระยะทางสั้นๆ แต่ฉันก็มีความสุข
พี่จุ้ยแยกไปตามกลิ่นความฝันกับไทละเมอ
ที่วันนี้ พี่โด๋ เป็น ดีเจ ตัวโต อยู่ที่แฟท เรดิโอ
พี่ ชลดา เตียวสุวรรณ นักร้องหญิงที่เสียงสวยมากคนนึง เป็นนักเขียน ไม่แน่ใจว่า นามปากกาแม่น้ำร้อยสายรึเปล่า
พี่ บัวไร เขียน บทภาพยนต์ เท่งโหน่ง คนมาหาเฮีย และ โหน่งเท่ง นักเลงภูเขาทอง
 
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เพลงของเฉลียงหายไปจากชีวิตฉันสักเท่าไหร่หรอก เมื่อฉันได้เข้าไปเรียนถาปัด อย่างที่ไม่ตั้งใจ
เพราะแม่ไม่ให้เรียนศิลปะ แต่เอาล่ะ อะไรก็ได้ที่ได้วาดรูป พอแล้ว
เพลงของเฉลียงกลับมาพาฉัน บุกตะลอนตะลุยฝัน อย่างมั่นคง
 
จนได้มามีอาชีพครีเอทีฟ  และเมื่อครั้งไปสมัครงานที่ CM Organizer Public company Limited 
สารภาพว่าได้งานเพราะ เพลง เร่ขายฝัน เพราะในการทดสอบเข้าทำงาน ว่าจะได้เป็น ครีเอทีฟ หรือ โปรดิวเซอร์
แล้วก็ได้เป็นครีเอทีฟ สมใจ เพราะเร่ขายฝันแท้ๆ เพราะว่าโจทย์เขาให้คิดว่า ตัวเองเป็นบริษัทอะไร
ก็เลยคิดว่า เป็นบริษัทจัดหาฝัน จำกัด และมีเพลงเร่ขายฝันเป็นเพลงประกอบ และเป็น เป็น theme หลัก ของความคิด
ตลกดี แต่ก็ มีความสุขทุกครั้งที่นึก
 
ได้เขียน review ถึงคอนเสริ์ตเรื่องราวบนแผ่นไม้ในหนังสือ DDT ด้วยความใจดี ของแจ๊ค บก ตัวเล็ก ที่ให้เขียน
(อย่าไปบอกใครนะว่าพี่ ติดสินบนเท่าไหร่ เดี๋ยวไรท์หนังให้ 555)
 
อื่นๆอีกมากมายที่ เกินกว่าจะพูดและนึกเขียนถึง
เพราะตอนที่พี่และน้อง จาก CM เอ่ยถามว่าไปดูเฉลียงด้วยกันไหม
ไม่ต้องคิดมากกว่าคำว่าไป
น้อยครั้งมากที่ฉํนจะรู้สึกว่า เป็นหนี้อะไรใครสักอย่าง
แต่ยอมรับว่าฉันเป็นหนี้เพลงเฉลียง
 
ยอมรับว่า เป็นหนี้ทางความคิด เป็นหนี้ทางการหยิบยืมก็บ่อย
และที่น่าแปลกใจไม่น้อย
มีเด็กน้อยสารภี เข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิตจริงๆด้วย
 
เด็กน้อยสารภีที่ว่า เป็นใครดูเอาข้างใต้นี้ เพราะเดี๋ยวมันก็จะรี่มาแสดงตนเอง
 
และทั้งหมดที่มี ก็คือ โชคดีที่แม้ทุกวันนี้ที่บ้านจะไม่มีเฉลียง
แต่บนหัวเตียงและระเบียงฝัน
ไม่เคยขาดเฉลียงสักวัน
 
 
 

4 responses

  1. ชลดา เตียวสุวรรณ หรือพี่กาเหว่า เป็นเจ้าของการเดินทางเนิบอุ่นผ่านนามปากกาว่า ปากกาแม่น้ำร้อยสาย จริงๆ ครับ

  2. ลั้ล ลัน ลา เด็กน้อยสารภี ลั้ล ลัน ลา ไม่ยอมฟังครู
    ลั้ล ลัน ลา ครูถือไม้ตี ลั้ล ลัน ลา สารภีตีตอบ..
     
    ได้ยินเพลงนี้ครั้งแรกเมื่อสมัยเด็ก ในตอนนั้นนึกแปลกใจ และทึกทักเอาเองตามประสาเด็กว่า
    คนแต่งเพลงเขาคงรู้จัก อ.สารภี และมีความประทับใจกับอำเภอนี้เป็นแน่แท้ ถึงขนาดเอาไปแต่งไว้ในเพลง
    เลยเหมาโดยไม่จ่ายตังว่า เขาคงแต่งเพลงนี้ให้เรา 55555555
     
     

  3. มากันครบ ทั้ง บก. ตัวเล็กแห่ง DDT และ เด็กน้อยสารภี ที่มั่วนิ่ม
    ไปหาเพลงรอยเวลา ที่พี่กาเหว่าร้องมาฟังซะ
    ไพเราะ เสนาะใจ
    พี่กาเหว่าร้องเพลงเหมือนเขียนหนังสือเลยแจ๊ค อบอุ่น นุ่มนวล และชวนฝัน

  4. เราอยากเป็นนายไข่เจียว…  แต่เจียวไป เจียวมา กลายเป็นร้านอาหารตามสั่งทุกที…
    ตอนนี้กลับมาตั้งหลักใหม่…  ตั้งใจจะขายแต่ไข่เจียวจริงๆแล้ว   
    อาจจะมีไข่เจียวหลายแบบ แต่ก็ยังเน้นขายแต่ "ไข่เจียว"

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s