บนเกาะที่ห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่ ชั่วใจเหงา

บนเกาะที่ห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่ ชั่วใจเหงา
พระอาทิตย์กำลังตอกบัตรกลับบ้าน สวนทางกับเวรกะค่ำดึกดื่นไปถึงเช้าอย่างดวงจันทร์
มองดูพระอาทิตย์ร่ำลาพระจันทร์กันเล็กน้อย แล้ว ดาวซึ่งแอบตามจันทร์มาอย่างเงียบๆเพราะกลัวว่าจันทร์จะแอบไปมีกิ๊กก็โผล่เข้ามา
ชายหนุ่มผู้ซึ่งพาตัวเองมาไกลจากหัวใจ ซึ่งไม่รู้ว่าเขาลืมมันไว้ที่ไหน
ท่าเรือ ท่ารถสองแถว บขส. หรือว่า บนรถไฟฟ้าในกรุงเทพโน่น
เขาขยับแว่นเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความชัดเจนในการมองเห็น
เขาก้าวเท้าเร็วขึ้น เพื่อที่จะไปให้ทันเวลานัด คืนนี้ทางเจ้าของร้านขอให้เขาเล่นเร็วขึ้นหน่อยเพราะว่ามีปาร์ตี้เล็กๆที่ร้าน
เขาเดินมากับกีตาร์ตัวเก่งที่พกพากันมาจาก กรุงเทพ ทำไมนะเขาไม่พาหัวใจมาด้วย
อย่างน้อยแหม่มเมื่อคืนก็น่ารักพอที่จะให้เขารักได้ อย่างน้อยก็สักคืนนึง
เขาทักทายแขก2-3คนที่คุ้นหน้าแล้วก็เดินไปบนเวทีเล็กๆ เวทีที่เมื่อในวันที่เขามาวันแรก
เขาขอเจ้าของร้านขึ้นไปร้องเพลงระบายความในใจ
แม้ว่าจะไม่ค่อยมีใครสนใจเพลงที่เขาร้องมากนัก แต่เจ้าของร้านก็เชิญเขามาเล่นในวันรุ่งขึ้น
และนี่ก็ร่วง 3 เดือนแล้ว
วันนี้เขาเห็นคณะทัวร์มาจากกรุงเทพกรุ๊ปใหญ่ แต่เขาไม่ได้สนใจอะไรมากนัก และคิดว่าคงจะเจอกันในร้านอาหารตอนเย็น
เขาขึ้นกล่าวทักทายสวัสดีแขกภายในร้าน เจ้าของร้านเดินเอาไฮเนเก้นมาให้เขา พร้อมกับทักทาย สองสามคำ ซึ่งเขาก็รับรู้ถึงความเอ็นดูที่เจ้าของร้านมีให้อย่างซาบซึ้ง
" วันนี้ มีคณะเขามาฉลองฮันนีมูนกันกับเพื่อนๆ เล่นเพลงรักๆหน่อยนะ "
" ได้พี่ เดี๋ยวเล่นให้หวาน จนต้นมะพร้าวเคลิ้มเลย"
" ลาวตลอดเลยนะแกนี่"
เขาจับคอร์ดเพลงแรกกำลังจะเล่น แต่แล้วก็ต้องสะดุด เหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ในคอ
เสียงที่แปร่งออกไป เหมือนตะลึงอะไรบางอย่าง
ภาพคู่หนุ่มสาวที่เหมือนจะเป็นเจ้าของฮันนีมูน เดินเข้ามานั่งภายในร้าน มุมที่ดีที่สุดและเห็นเวทีชัดที่สุด
เขาเล่นเพลงแรกจบไปโดยที่ไม่รู้ว่ามันจบลงตอนไหน
สายตาฉงน ของผู้หญิงที่คิดว่าน่าจะเป็นเจ้าสาว มองมาที่เขาอย่างตกใจ สายตาที่เธอจ้องมาคาดคะเนไม่ได้ว่า จะเอ่ยคำพูดอะไร
ชายหนุ่มที่มากับเธอ เลื่อนมือมากุมมือเธอไว้ เพื่อเพิ่มความสุขผ่านไออุ่นน้อยๆ
" ผมจะเล่นเพลงนี้….ให้กับใครสักคนที่รักกันแล้วสมหวังจนมีคำว่ารัก…..จนมีวันนี้นะครับ "
" ดอกไม้ ประตูแจกัน ดินทราย ต้นไม้ใหญ่…"
เขารู้สึกว่าค่ำคืนนี้ยาวนาน และเจ็บปวดเกินกว่าจะเล่นเพลงรัก
เขารู้สึกว่า วันนี้ คลื่นแรงจนกลบเสียงเพลง
ผู้หญิงที่เคยถือหัวใจเขาไว้ มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า คล้ายๆว่าจะเอามันมาคืนให้เขา
เพียงแต่ที่นี่มันไกลจากกรุงเทพ จนต้องหาใครมาด้วยกระมัง
" เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม ฉันเก็บเอาไว้ให้เธอ…"
เพลงที่เขาเล่นให้เธอฟังเพลงแรก ผ่านเส้นลวดหกสายอย่างมีความหมาย ถูกเล่นเป็นเพลงสุดท้าย
จบเพลงสุดท้ายเขาเก็บของแล้วก็รีบออกจากร้านอย่างรวดเร็ว ไม่ได้อยู่ทักทายแขกเหมือนเคย
เสียงเรียกชื่อเขาตามหลังมา แต่เขาก็หลบหายไปในหมู่บังกะโลอย่างรวดเร็ว
ความหนาวเย็นแล่นเฉียบเข้ามาจอดในใจ
เสียงเธอตะโกนออกมาจากความมืด เป็นชื่อเขาดังผ่านออกมา แต่เขาก็ไม่ได้ออกไปเผชิญหน้ากับเธอ
เขาเดินตัดเขาลูกเล็กๆ เพื่อกลับไปยังที่พัก เอาของไว้ แล้วก็รีบออกมาจากบ้านหลังเล็กที่เขาอาศัยเสือกหัวนอนให้มันพ้นไปในแต่ละคืน
เห็นทีเขาจะอยู่ไม่ได้แล้ว
………………………………………………………
เขานึกถึงวันที่เธอบอกว่าเธอจะต้องแต่งงานไปกับคนอื่น คิดถึงประโยคทึ่ทำให้เขาต้องหนีมาไกลแสนไกล
" เงินที่ยืมเราไปน่ะ เราขอคืนได้ไหม เราอยากมีทุนไว้เริ่มชีวิตใหม่"
เขาเจ็บปวดกับประโยคหลังมากกว่าที่เธอจะไปแต่งงานซะอีก
เลิกกันก็ได้ แต่ทำไมต้องทวงเงินด้วย ทำไม
เขาอาจจะไม่ใช่คนดีนัก แต่เขาก็ไม่ชอบให้แฟนคนไหนทวงเงินตอนเลิกกัน
ความเจ็บช้ำแล่นขึ้นมาที่ยอดอก น้ำตาปริ่มๆที่ขอบตา
" มาไกลขนาดนี้ ยังเสือกมาเจอ อีห่าเอ๊ย " เขาสบถเบาๆในใจ พร้อมกับเร้นกายหายไปในความมืด
อนิจจาผลของความรัก ยังตามหลอกหลอนเขาต่อไป อีกนานเท่าไร ใครจะรู้

3 responses

  1. ไม่น่าเชื่อเลยยยย ว่าชีวิตจริงพี่จะเป็นแบบนี้เนี่ย
    ว้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s